rss
Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

ที่เจาะรูท่อพีอี

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

ตัวอย่างการต่อสปริงเกอร์จิ๋วกับท่อพีอี

ต่อเนื่องจากเรื่องของท่อพีอีนะครับ ที่บอกว่าสะดวกวันนี้เรามาดูกันครับว่ามันสะดวกยังไง เวลาต่อสปริงเกอร์ทำอย่างไรไปดูกันเลยครับ

ท่อพีอีนั้นมีอุปกรณ์ตัวนึงที่จำเป็นครับนั่นคือตัวเจาะท่อพีอี

ทำความรู้จักท่อพีอี

ท่อพีอี

ท่อพีอีจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ท่อ HDPE และ ท่อ LDPE
ท่อ LDPE เป็นท่อที่มีขนาดเล็กตั้งแต่ 16 มม.  20 มม. และ 25 มม.  โดยทั่วไปนิยมใช้ในงานเกษตร
ซึ่งเป็นท่อที่ไม่ต้องรับแรงดันมากนัก เพราะต่อเชื่อมมาจากท่อเมนที่มีขนาดใหญ่ แรงดันส่วนมากจะตกอยู่กับท่อเมน
ท่อเมนจึงต้องเป็น HDPE ท่อHDPE เป็นท่อที่มีขนาดตั้งแต่ 32 มม. ขึ้นไป จะแบ่งเป็น PN 4 , PN 6 , PN10 
PN หมายถึง การรับแรงดันของท่อ เช่น PN 4 รับแรงดันได้ 4 บาร์ PN 6 รับแรงดันได้ 6 บาร์ ตัวกำหนดการเลือกท่อ
คือปั๊ม และหัวสปริงเกลอร์ หัวสปริงเกลอร์แต่ละรุ่นจะต้องการแรงดันใช้งานแตกต่างกันไป
อย่างเช่น 2 บาร์   4  บาร์  6 บาร์ จึงต้องเลือกขนาดปั๊มที่สามารถสร้างแรงดันได้เท่ากันที่หัวต้องการ
และต้องเลือกขนาดที่ให้ทนได้แรงดันได้มากกว่าแรงดันใช้งานของปั๊มและหัว เพื่อป้องกันการเสียหายของท่อ  ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.sprinkler-thai.com/


ท่อพีอีนี้ผมเองก็ยังไม่เคยใช้แต่ว่าเท่าที่หาข้อมูลมามันใช้งานง่ายครับ สะดวก และเหมาะมากๆสำหรับการติดตั้งสปริงเกอร์ และระบบน้ำใช้ในการเกษตร

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

สปริงเกอร์แบบพ่นหมอก

ผมรู้สึกสนใจสปริงเกอร์พ่นหมอกเหมือนกันครับเพราะว่าได้ดูคลิปของยูทูบที่น้องคนนึงทำสปริงเอกร์พ่นหมอกแบบง่ายๆให้ดู แต่พอไปทำจริงๆแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิดแลยครับ

จากคลิปที่ผมถ่ายมาให้ดูอาจจะเห็นไม่ชัดเท่าไหร่นะครับ แต่ว่าบอกได้เลยว่ามันเป็นแค่ฝอยเท่านั้น ยังไม่ถึงกับเป็นหมอกครับ และก็เกิดสนใจตอนนี้ผมเริ่มมองหาอะไรที่จะมาทำสปริงเกอร์แบบหมอกบ้างแล้วครับแต่ก็ยังไม่เวิร์ค

ล่าสุดก็ลองเสิร์ทดูในกูเกิลก็เจอแบบนึงที่มีคนนำจุกน้ำปลามาเจาะรูด้วยเข็มหมุดรนไฟแล้ก็เสียบเข้ากับท่อพีวีซีทากาว ผมอ่านเท่านี้ก็รู้สึกนึกภาพว่าน่าจะเวิร์คเลยครับ แต่เสียดายไม่มีภาพให้ดู ผมเองก็อยากเห็นภาพเหมือนกัน
ล่าสุดเสิร์ทไปเจอสปริงเกอร์จากเวปนี้ครับ http://www.sprinkler-thai.com/

มีให้เลือกเพียบเลยดูแล้วไม่อยากทำเองเลยครับก็เล่นเจออย่างตัวละ 10 บาทลองดูครับน่าสนใจและน่าซื้อมากๆสำหรับคนที่รักสนามหญ้า ผมเอาตัวอย่างที่น่าสนใจบางส่วนมาให้ดูกันครับ

หัวครึ่งวงกลม เรนดรอป - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หัวครึ่งวงกลม เรนดรอป ตัวนี้ตัวละ 20 บาทเอง นอกจากนี้ยังมีรุ่นอื่นๆอีกนะครับ เช่น 90 องศา 360 องศา ตัวละ 10-20 บาทเอง

ชุดพ่นหมอกสี่ทาง แบบปักดิน

ราคา 85.00 บาท
ชุดพ่นหมอก 4 ทาง แบบปักดิน
เสาสูง 40 ซม. สายยาว 60 ซม.
ปริมาณน้ำ 36 ลิตร/ชั่วโมง
ใช้ปักดิน น้ำจะกระจายออกสี่ด้าน เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับสนาม  
ตัวนี้ถือว่าน่าสนใจมากๆครับผม
นอกจากนี้ผมเองยังเเอบติดใจอีกหลายอย่างครับ เลือกไม่ถูกและคิดหนักเลยครับว่าจะซื้ออะไรก่อนดี อยากได้ไปหมดครับผมตอนนี้

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

สปริงเกอร์ขวดน้ำ

สวัสดีครับตอนนี้ผมปลูกหญ้าไว้กระจุกนึงปรากฏว่าไม่ค่อยงามโตช้าเต็มช้า อาจจะเป็นเพราะได้น้ำน้อยไปก็ได้วันนี้เลยเอาความรู้จากยูทูปมาทำสปริงเกอร์หรือว่าสเปรย์ขวดน้ำเอาไว้รดต้นไม้อย่างง่ายๆครับ

ดูคลิปที่ผมทำตามก่อนเลยครับ




พอดูเห็นตอนเเรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรครับแต่พอได้ดูดีดีปรากฏว่าข้อดีของมันคือมันให้น้ำออกมาเป็นละอองละเอียดมากๆซึ่งแน่นอนว่าหญ้านวลน้อยของผมชอบมันแน่ๆ ว่าเเล้วผมก็ทำเลยครับ

ไม่มีอะไรเลยแค่ขวดน้ำ 1.25 หรือ 1.5 ก็ได้ หรือจะเป็นขวดโออิชิก็ได้ เพราะว่าขวดพวกนี้เนื้อจะเเข็งว่าขวดน้ำโพลาลิสที่เป็นพลาสติกสีขาวครับ จะได้ทนเเรงดันน้ำได้ดีไม่บูดบวมครับเวลาอัดน้ำเข้าไป

ที่สำคัญจะอยู่ตรงข้อต่อสายยางเข้ากับปากขวดต้องทำให้แน่นด้วยและก็ถอดสายยางไปใช้อย่างอื่นได้ด้วย ตอนเเรกก็นึกไม่ออกครับว่าจะทำยังไงสุดท้ายก็ซื้อข้อต่อเกลียวที่อีกด้านเป็นที่เสียบสายยาง มันจะหลวมหน่อยๆ ผมเอาด้านใส่สายยางเข้าขวดนะครับเพราะมันจะยาวดีมีพื้นที่ให้คับขวดได้มากกว่าอีกด้านที่เป็นเกลียวครับ

แต่ว่ายังไงอีกด้านก็เสียบสายยางได้เเน่นมากเหมือนกันครับไม่ต้องกลัวว่าจะหลุด

สิ่งสำคัญอีกอย่างนั้นคือการเจาะรูครับ เท่าที่ผมลองแล้ว
1.ใช้เข็มหมุดเจาะ น้ำน่าจะออกเป็นละอองถ้าหากว่าแรงดันน้ำแรงๆ ลองไปดูครับว่าเป็นอย่างไร




แน่นอนว่ามันยังไม่เป็นละอองเท่าที่ต้องการ เป็นได้แค่ฝอยเล็กๆเท่านั้น ไว้ยังไงจะแก้ไขแล้วอัพให้ดูกันอีกครับ

ปลูกหญ้านวลน้อยชั่วคราว

วันนี้เอาภาพหญ้านวลน้อยที่ผมดึงมาจากน้ำท่วมหน่อยนึงเอามาปลูกหนีน้ำบนโคกหลังบ้านครับ นี่เป็นรูปหลังจากปลูกได้เกือบเดือนแล้วผมรู้สึกว่ามันฟื้นช้ามากๆ และก็ไม่งามเหมือนตอนที่ปลูกในบ้านครับไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน


จริงๆแล้วผมกะว่าถ้ามันเต็มและเเน่นเมื่อไหร่ผมจะเพาะไปเรื่อยๆ ให้ได้พื้นที่เยอะๆเท่าที่จะเยอะได้เลย ตอนน้ำลงจะได้เอาลงไปปลูกในบ้านไปเพาะในบ้านต่อ แต่ว่ามันดันไม่โต ไม่เต็ม ไม่เจริญเร็วอย่างที่คิดครับ

ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าเป็นเพราะอะไร ปุ๋ยผมก็ให้ไปสองครั้งแล้ว ฝนก็ตกเกือบทุกวันเเทบจะไม่ต้องรดน้ำ แดดผมคิดว่าก็น่าจะเพียงพอ สิ่งที่เเตกต่างกันระหว่างพื้นที่ปลูกนี้กับที่ในบ้านผมคือสภาพดินบนนี้ค่อนข้างจะเป็นดินเหนียว เวลาเเข็งจะค่อนข้างเเข็งมาก เรียกว่าพรวณดินไม่ได้เลย

เท่าที่ได้สังเกตุเวลาเปียกก็จะเละมาก เวลาแห้งคือถ้าเเดดออกสักครึ่งวันก็เเห้งเเข็งแล้ว

สิ่งที่ผมจะทดลองต่อไปก็คือจะรดน้ำตอนกลางวันอีกสักครั้งนึงเพื่อให้ดินชุ่มตลอดวัน ไม่ปล่อยให้ดินแข็งเกินไปยังไงก็ติดตามกันให้ดีครับว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป สำหรับโปรเจคช่วงน้ำท่วมนี้

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

น้ำยังไม่ลง

สวัสดีครับน้ำท่วมสนามหญ้าของผมไปเกือบเดือนนึงแล้ว ถึงวันนี้ฝนก็ยังตกมาเรื่อยๆนะครับ โดยเฉพาะตอนเย็นๆ ค่ำๆ ตอนนี้ก็ได้แต่นั่งมองน้ำไปก่อน ผมคงต้องรอไปอีกนู่นแหละครับประมาณเดือนธันวาหรือว่ามกรานู่นหละครับกว่าจะได้ปลูกหญ้าใหม่อีกที


ตอนนี้ผมเอาหญ้าประมาณ 1 ตารางเมตรขึ้นไปปลูกไว้บนโคกหลังบ้านและก็เฝ้าสังเกตดูเอาไว้จะเล่าให้ฟังในวันหลังนะครับ ตอนนี้สถานการณ์น้ำก็เป็นเหมือนที่เห็นครับ ฝนตกทุกวันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ต้นหญ้าที่อื่นไม่ว่าที่ไหนก็คงจะเขียวขจีสวยงาม มีแต่บ้านผมเท่านั้นแหละครับที่น้ำท่วมแบบนี้


เวลาผ่านไปเรื่อยๆบางทีมันก็เสียดายเหมือนกันนะครับ บางทีก็นึกเหมือนกันว่าถ้าน้ำลงจะปลูกหญ้าอีกมั้ยเพราะว่ามันก็เหนื่อยเหมือนกันนะตอนที่ปรับดิน และก็ปักหญ้าที่ละต้นๆ

พูดถึงดินที่มากับน้ำวันนี้ผมลองลงไปเหยียบพื้นที่เป็นปูนดูปรากฏว่าไม่ค่อยมีดินเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือว่าเดือนนึงอาจจะเป็นเวลาที่น้อยไปที่ดินจะตกตะกอน อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ นี่ถ้าน้ำลงแล้วผมไม่ได้ดินเพิ่มนี่คงเซ็งมากๆครับ

วันนี้ไม่มีอะไรจะอัพเดทก็เลยถ่ายรูปสภาพสนามหญ้าของผมมาให้ดูกันครับ จะเรียกว่าสนามหญ้าได้มั้ยเอ่ย

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

ไร่หญ้านวลน้อย

สวัสดีครับวันนี้จะพาไปดูบรรยากาศในการทำไร่หญ้าหรือว่านาหญ้านวลน้อยกัน ผมเองก็ไม่ได้เคยไปดูที่ที่เขาทำกันจริงๆหรอกนะครับแต่เชื่อว่าที่นั่นอากาศคงจะดีมากๆได้เห็นหญ้าเขียวเต็มตาไปหมด

แรกเริ่มก่อนที่ผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการปลูกหญ้านวลน้อยของผมนั้นผมก็ได้ทดลองปลูกทดลองเพาะตามข้อมูลที่หาได้ในอินเตอร์เน็ตนี่แหละครับ อ่านไปก็ติ่นเต้นไปเพราะว่าเท่าที่อ่านดูรู้สึกว่าการเพาะหญ้านั้นมันง่ายมากๆจนอยากลองทำตามที่ไร่หญ้าที่เขาปลูกขายทำกันบ้าง


เรื่องเทคนิคการปลูกของเกษตรกรที่ปลูกหญ้าเป็นอาชีพนั้นผมไม่ขอพูดถึงนะครับ วันนี้จะพาเดินดูรอบๆบริเวณที่ทำนาหญ้ากันดีกว่าว่าเเถวนั้นบรรยากาศมันดียังไง พอเห็นภาพเเล้วอาจจะอยากย้ายบ้านไปอยู่ตรงนั้นก็ได้ จะได้ไม่ต้องปลูกหญ้าดูเอง ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยใช่มั้ยครับ

ลองดูบรรยากาศในนาหญ้าของแต่ละที่กันได้เลยครับ

บางที่ก็จะปลูกแบบผสมผสานนะครับคือรอบๆนั้นมีต้นไม้อื่นด้วย ไร่แบบนี้ก็น่าเดินเที่ยวครับอย่างภาพด้านบนเลยครับจะเห็นว่ามีทัวร์มาลงด้วย จากข้อมูลทัวร์นี้มาลงเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการทำเกษตรนี่เเหละครับ



ส่วนภาพนี้เป็นบรรยากาศของไร่หญ้าน้องปลื้มนะครับ เราจะเห็นโฆษณาไร่หญ้าน้องปลื้มเยอะมากๆในอินเตอร์เน็ตครับ เขาเลือกมุมที่หญ้าเขียวดีนะครับแต่เสียดายว่าภาพเล็กไปหน่อยครับ สนใจก็ติดต่อตามภาพได้เลยครับ

ไร่หญ้าเกษมครับ ภาพนี้น่าจะถ่ายช่วงเช้าๆ หรือว่าสายๆ ครับเพาะว่ามุมของแดดจะองศาต่ำทำให้หญ้าดูเขียวอ่อนจนเกือบเหลืองทองก็เป็นช่วงเวลาที่ถ่ายภาพสนามหญ้าหรือสวนต่างๆได้สวยอีกเวลานึงครับ

เท่าที่ดูมานะครับจะสังเกตุเห็นได้ว่าพื้นที่ที่ปลูกหญ้าทั้งหมดนั้นเรียบเสมอกันสวยงามมากๆ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่ามีการปรับพื้นให้เรียบก่อนโดยใช้กรวดอัดกันจนเเน่นคล้ายพื้นปูนเพื่อเวลาเเซะออกจะได้สะดวกด้วยนี่หละครับ เวลาปลูกใหม่ก็เทเลนมาแล้วก็เอาหญ้าปักเลย ผมเองก็พยามทำที่บ้านเหมือนนาหญ้าเล็กๆทดลองครับ ไว้น้ำลงแล้วจะลุยใหม่ครับผม

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

แหล่งหญ้านวลน้อย

เราจะหาหญ้านวลน้อยได้จากไหน คำถามนี้เคยเกิดขึ้นกับผมเหมือนกันตอนเเรกผมไม่รู้จริงๆ ผมนึกว่าจะต้องไปซื้อแต่ในกรุงเทพหรือว่าต่างจังหวัดที่เขาทำนาหญ้ากัน แต่บังเอิญไปเดินตลิดนัดต้นไม้แถวบ้านปรากฎว่าเจอร้านนึงขายหญ้านวลน้อย หญ้ามาเล ผมเห็นเเล้วรีบเดินเข้าไปถามเลยว่า ขายยังไง เอามาวันไหน จะมาอีกหรือปล่าว และก็อีกมากมาย

เหมือนคนไม่เคยพบเคยเจอเลยผมตอนนั้น เดี๋ยวนี้เท่าที่ผมหาข้อมูลจากกูเกิลดูก็พบว่ามีการทำนาหญ้ากันเยอะครับเเถบปริมณทลและจังหวัดใกล้เคียงก็หันมาทำนาหญ้ากันเยอะเพราะเขาว่ามันโตเร็ว โตง่าย ไม่มีวัชพืชหรือว่าโรคมากนัก ทำให้ไม่ต้องดูแลมากมายอะไร เรียกว่าปลูกกันได้ทั้งปีเลย

หากว่าใครชอบหญ้านวลน้อยหรือว่าหญ้าอื่นๆและอยากเห็นมันเขียวขจีต่อหน้าคุณทุกเช้าก็อย่าลังเลที่จะปลูกมันเลยครับ ไปตามตลาดนัดต้นไม้แถวบ้านก็มีขายเเล้วเดี๋ยวนี้ ถ้าเป็นร้านต้นไม้ก็สั่งซื้อเขาเลย ผมเคยถามร้านต้นไม้ เขาบอกว่าไม่ได้เอามาเพราะเอามาเก็บไว้นานไม่ได้ ถ้าจะเอาก็สั่งได้ ราคาก็ไม่เเพงมากครับ


ตามตลาดนัดถ้าเราไปเดินเจอต้นไม้ต่างๆเขาก็เอามาจากจตุจักรทั้งนั้นแหละครับ บ้างก็ไปเอามาจากสวนตรงๆบ้างถ้าหากว่าไกล้กับเเถวนั้น ยิ่งถ้าใครอยู่ตามจังหวัดที่ทำนาหญ้ายิ่งสบายเลยครับดีไม่ดีเอารถไปซื้อเองที่ไร่หญ้าเลยยิ่งได้ราคาถูกครับ

สำหรับผมเองผมก็ไม่เกี่ยงหรอกครับว่าหญ้าที่เอามาขายจะราคาเท่าไหร่เพราะว่าผมไม่ได้ซื้อเยอะอยู่แล้วอย่างมากก็ซัก 5 เมตรหรือ 10 เมตร แล้วก็เอามาเพาะเอา ไม่รู้สิอาจจะบอกว่าขี้งกก็ได้ แต่ผมรู้สึกว่าเอามาปลูกเเล้วเต็มเลยมันไม่มัน รู้สึกว่าอยากเห็นเเบบที่ค่อยๆเต็มเองจนเเน่นด้วยน้ำมือเรามากกว่า อันนี้ก็ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ใครชอบยังไงก็ลุยได้เลยครับ ความสุขของเรานี่นา นะ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

เทคโนโลยีกับสนามหญ้า

สวัสดีครับที่หน้านี้ผมจะรวมเอาเทคโนโลยีที่จะทำให้เราสนุกกับสนามหญ้าหรือว่าช่วยให้เราจัดการกับสนามหญ้าของเราได้ง่ายขึ้นครับรับรองว่าบางอย่างอาจจะไม่เคยเห็นกันก็ได้ครับ

เครื่อง-อุปกรณ์ตัดหญ้า
มาเริ่มกันที่รถตัดหญ้าเเบบใช้เเรงคนเข็นครับสุดยอดผมอยากได้มากๆตัวนี้



เป็นไงบ้างครับดูแล้วสำหรับคนชอบตัดหญ้าทำสวนต้องบอกว่าหลงรักเลย เปิดตัวด้วยประตูค่อยๆเปิดออกเหมือนโรงเก็บรถเเข่งเลยก็แอบมีมุขเล็กๆน้อยๆไว้ตอนต้น และพอได้เห็นผู้หญิงเข็นออกไปตัดหญ้าก็ดูลื่นไหลครับ สำหรับผมแล้วถือว่าเครื่องนี้โดนใจจริงๆ ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดหรือค้นหาเพิ่มเติมได้นะครับถ้าอยากเป็นเจ้าของส่วนผมเอง อยากได้แต่ต้องรอก่อนครับ เพราะกระเป๋าแฟบเหลือเกินตอนนี้

เครื่อง-อุปกรณ์รดน้ำ-สปริงเกอร์

เรื่องสปริงเกอร์ก็มีอะไรให้เล่นสนุกได้ไม่เเพ้รถตัดหญ้าเลยครับ

มาดูสปริงเกอร์แบบเดินได้กันครับเท่าที่ผมเข้าใจน่าจะใช้เเรงน้ำขับเคลื่อนเฟืองส่งกำลังหมุนสปริงเกอร์ด้านบนและขณะเดียวกันก็ไปหมุนเฟืองล้อให้รถสปริงเกอร์คันนี้ค่อยๆวิ่งไปอย่างช้าๆ เป็นไอเดียที่สุดๆครับ น่าลองทำเหมือนกันนะผมว่า จะได้ไม่ต้องติดสปริงเกอร์หลายตัวให้เกะกะสนามด้วย ลองไปดูกันเลยครับ




มาดูสปริงเกอร์ยี่ห้อหนึ่งครับไม่เกะกะดี ให้น้ำออกมาเป็นละอองสุดยอดครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าที่ไทยเรามีขายหรือปล่าวไว้ว่างๆต้องไปเดินหาดูบ้างเเล้วครับ




อันนี้สุดยอดเหมือนกันครับถ้าตอนนี้ใครมีขวดน้ำดื่มอยู่ก็ลองทำได้เลย อันนี้มีพริตตี้น้อยมาสาธิตให้ชมกันด้วยครับ แต่เท่าที่ดูแล้วน้ำประปาที่ประเทศเขาน่าจะเเรงมากครับน้ำถึงได้เป็นละอองขนาดนั้นได้


วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

ข้อมูลหญ้านวลน้อย

ผมเองก็เพิ่งมารู้จักหญ้านวลน้อยครับเพราะว่าไม่เคยสนใจเรื่องการจัดสวนทำสวนอะไร แต่พอทำแล้วติดแหง็กเลยครับ มันมีความสุขและชื่นใจแบบบอกไม่ถูกจริงๆ ภาพนี้เป็นหญ้านวลน้อยในสวนเล็กๆของผมครับ หญ้ายาวไม่ค่อยเท่ากันเพราะตัดไม่พร้อมกันครับ






เห็นรูปภาพและรู้จักหญ้านวลน้อยแล้วเชื่อว่าทุกคนต้องร้องอ๋อเพราะเคยเห็นตามที่ต่างๆมามากแล้ว ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็รู้จักกันให้ละเอียดอีกนิดครับ

ชื่อวิทยาศาสตร์:


Zoysia matrella Merrill

ชื่อวงศ์: GRAMINEAE

ชื่อสามัญ: Manila Grass

ชื่อท้องถิ่น: นวลน้อย

ลักษณะวิสัย: ไม้คลุมดิน

ลักษณะ:

เป็นพืชคลุมดินเป็นหญ้าที่นิยมนำมาปลูก กลางแจ้งมากที่สุดในเมืองไทย ชอบความชื้นสูงสามารถปรับสภาพแวดล้อมได้ดี ทนร้อนและแห้งแล้งได้ดี ใบสีเขียวเข้มมีขนเล็กๆ ใบแคบเรียวยาวตัดแต่งรูปทรงได้ดี สามารถขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียวหรือดินปนทราย แหล่งปลูกที่สำคัญ มีปลูกกันมาแถวมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง
โดยเกษตรกรจะปลูกและตัดมาขายเป็นแผ่น ตารางเมตรละ 18 -30 บาท และยังเป็นสินค้าส่งออก

หญ้านวลน้อยขยายพันธ์
โดยการ เพาะเมล็ดและการปักชำที่ลำต้น เนื่องจากเป็นหญ้าที่ขึ้นได้ง่าย และเจริญเติบโตเร็ว เวลาตัดแต่งจะเหมือนพรม เวลาย่ำก็จะนุ่มเท้าจึงเป็นที่นิยมนำมาปลูกสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น สนามกอล์ฟ สถานที่ราชการ สวนหย่อมร้านอาหาร โรงแรม ในสนามกอล์ฟใหญ่ๆ ใช้ทำ กรีน (Green) ซึ่งเป็นที่ตีลูกกอล์ฟลงหลุม ใช้ทำบริเวณ (tee) ซึ่งเป็นที่เริ่มต้น เล่นกอล์ฟ ตลอดจนปลูกเป็นทางตีกอล์ฟ (Fair way) หญ้านวลน้อยเป็นหญ้าที่โตเร็วควรตัดแต่งบ่อยมิฉะนั้นมันมักจะออก

ดอกทำให้สนามดูเป็นสีดำไม่สวย

การกระจายพันธุ์: ใช้ลำต้นมากกว่าเมล็ด

ประโยชน์: นิยมปลูกเป็นสนามนั่งเล่น และใช้จัดสวนโดยทั่วไป

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.shc.ac.th/learning/botanical-garden/231.htm