rss
Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แบบสวนสนามบาส 2

แน่นอนว่าองค์ประกอบหลักๆยังคงเหมือนเดิมครับ แต่จะเพิ่มอิฐตัวหนอนเข้ามา คิดว่านะครับ โดยจะเห็นได้ในรูปคือจุดที่ 1 ที่เป็นสีน้ำตาลครับ


จะเห็นว่ามันเป็นไอเดียที่ยังดูแย่มากๆอยู่ และจะสังเกตได้ว่าสนามบาสอะไรมันจะแคบแค่นั้นแล้วจะเล่นบาสได้ยังไง แน่นอนครับการเล่นบาสของผมไม่ได้ต้องการสนามที่ใหญ่โตอะไร เพราะว่าผมเล่นสไตล์เลี้ยง ผมมันที่ได้เลี้ยงแบบต่างๆมากกว่าการชู๊ตในระยะที่ไกลๆครับ

การเลี้ยงคล่องนั้นแทบจะสำคัญมากกว่าการชู๊ตซะอีก สำหรับความคิดผม ถ้าหากว่าเราได้แต่ชู๊ตแม่นแต่ว่าเลี้ยงไม่คล่องยังไงเราก็เล่นบาสไม่สนุกครับ

ตอนนี้หาต้นไม่้ไม่ได้เลยครับ น้ำท่วมต้นไม้ตายกันทั่วหน้า ส่วนใหญ่ร้านต้นไม้ก็จะเก็บต้นไม้ที่เหลือรอดเอาไว้ทำพันธุ์กันซะมากกว่า เท่าที่ถามๆร้านมานะครับ เค้าบอกว่าต้องรอสักสองสามเดือนนู่นนั่นแหละครับ ไม่งั้นผมก็คงต้องไปหาต้นไม้จากที่อื่นมาลงแทน...

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สนามหญ้าที่ฟื้นคืนชีพ

ต้องบอกว่าน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ผมได้รู้อะไรใหม่ๆเหมือนกันครับ หลักๆก็จะเป็นเรื่องจิตใจคนว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ไม่เอาดีกว่ามาเรื่องต้นไม้กันครับ
และนี่เป็นสนามหญ้าเล็กๆที่ฟื้นคืนชีพครับ


ไม่อยากจะพูดอะไรมากนอกจากว่าการที่สนามหญ้าฟื้นกลับคืนมาได้ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจุดนี้ตอนที่น้ำท่วมแดดยังส่องลงไปถึงทั้งวัน และน้ำก็ท่วมไม่นานมากเลยอาจจะทำให้มันยังทนไหวอยู่ แต่โซนอื่นๆอย่างที่เคยบอกว่าไปแล้วว่ามันโดนแดดน้อยก็เลยไม่รอดซะแต่ก็เป็นส่วนข้างบ้าน ถ้าดูภาพโดยรวมแล้วก็รอดมากกว่า 65 เปอร์เซ็นต์เลย

ถ้าถามว่าดีใจไหมก็ต้องบอกว่าดีใจครับที่ไม่ต้องไปเอาหญ้ามาลงใหม่ ไม่งั้นนี่เป็นเรื่องใหญ่เลย

ชาดัดที่ตายนั้นเดี๋ยวผมจะสรุปไว้ในเรื่องของชาดัดนะครับ ตอนนี้ผมพอจะรู้สาเหตุที่ชาดัดตายแล้วครับไงก็ติดตามเรื่องชาดัดต่อไปนะครับ

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

นกน้อยในสวน

ใครชอบบ้างครับให้มีนกมากินข้าวหน้าบ้านเราทุกวันๆ เชื่อไหมครับว่านี่ก็เป็นการทำบุญอีกแบบนึงที่เราก็มีความสุข นกก็มีอาหารกิน ผมว่าเป็นการทำบุญที่ได้ความสุขรวดเร็วมากๆครับ ใครว่างๆลองทำกันดูนะครับ


ความจริงแล้วมีนกกระจอกเยอะกว่านี้นะครับที่มากินข้าวกันจะมาเรื่อยๆทั้งวันครับ นอกจากนั้นก็จะมีนกแปลกๆมาบ้าง เรื่อยๆและจะมากันประจำครับ

ผมเคยอ่านของบางคนที่ล่อนกมาในสวนแล้วมีอ่างอาบน้ำให้นกด้วย ผมยังอินฉาอยู่เลยครับเพราะว่าอ่างอ่าบน้ำนกที่ผมเตรียมไว้ให้นกนั้นยังไม่มีนกมาเล่นน้ำเลยครับ รอมาเป็นเดือนก็ไม่มีนกเล่นเลยเดี๋ยวต้องลองเปลี่ยนที่วางบ้างแล้วครับ

อาจจะเป็นไปได้ว่ามันใกล้คนมากเกินไปก็เลยกลัวคนไม่กล้าเล่นเดี๊๋ยวจะลองเอาไปวางไกลๆให้มันดูปลอดภัยขึ้นดูสิว่ามันจะเล่นหรือไม่ ได้ผลอย่างไรเดี๋ยวมาอัพเดทให้ได้เห็นกันแน่นอนครับ

สนามหญ้าแบบนี้แก้ยาก

สวัสดีครับเรายังคงเกาะติดอยู่กับอาการของสนามหญ้าครับ อันนี้จะเป็นสนามหญ้าด้านข้างบ้านครับที่ก่อนน้ำท่วมนั้นไม่ได้ตัดให้สั้นครับเวลาน้ำท่วมแล้วลงใบที่แห้งตายมันก็จะติดกังๆอย่างที่เห็นครับ


แนวทางแก้ไขแบบไม่ต้องคิดมากก็คงจะต้องตัดทิ้งอย่างเดียวครับไม่ต้องคิดมากอะไร พอตัดแล้วก็ดูสภาพต่อไปว่าหญ้าตรงนั้นจะฟื้นหรือไม่ เพราะว่าพื้นสนามหญ้าโดยรวมๆแล้วส่วนใหญ่จะฟื้นครับยังไม่ตาย ถ้าหากว่าใครได้ตัดหญ้าไว้ก่อนที่น้ำจะท่วมผมว่าได้เปรียบมากๆครับ เพราะว่าเวลาน้ำลงนี่แทบจะไม่ต้องห่วงเลยว่าหญ้าจะแห้งกังแล้วลงมาทับหญ้าข้างล่างตายอีก

จากรูปที่เห็นผมตัดไปแล้วนะครับแต่ว่าหญ้าที่มันแห้งแล้วราบต่ำจริงๆนั้นตัดไม่ได้ครับเพราะมันติดดินเลย แน่นอนว่าแบบนี้ก็ต้องตัดมือละครับ เครื่องช่วยไม่ได้่ครับ สำหรับใครที่พอจะมีเวลาก็ต้องทำละครับกํรักที่จะดูแลสนามหญ้าให้เขียวสวยก็ต้องทำทุกอย่างละครับให้หญ้าเขียวดังใจ

ผมเชื่อว่าใครๆที่ชอบต้นไม้ สนามหญ้า ก็ต้องอยากเห็นสนามหญ้าของตัวเองเขียวสวยดูชุ่มชื้นสมบูรณ์ด้วยกันทั้งนั้น ผม คุณ หรือใครๆที่รักต้นไม้คงเข้าใจดีว่ามันมีความสุขแค่ไหนที่ได้เห็นต้นไม้ที่เราปลูกเขียวสวย ยังไงน้ำลงหมดแล้วก็มาเริ่มดูแลต้นไม้กันใหม่ครับ แล้วจะมาอัพเดทให้ได้ดูกันเรื่อยๆครับ

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สนามหญ้าหลังน้ำท่วม ฟื้นแล้ว

หญ้านวลน้อยทำให้ผมได้เซอร์ไพร์ครับมันกลับมาเขียวเร็วมากๆ หลังจากที่เราได้เห็นว่ามันเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลเหมือนจะตายครับ แต่ตอนนี้เริ่มแตกใบใหม่เขียวสดแล้วครับ


คงเป็นโชคดีเหมือนกันครับที่น้ำท่วมสนามหญ้าไม่นานเกินไปนัก และก็ท่วมไม่สูงมาก ทำให้สนามหญ้ายังกลับมาได้ อย่างที่เห็นครับ แต่ก็มีบางจดที่เดินไปเหยียบบ่อยอย่างตรงหน้าบ้านน้ำก็มีหายไปเหมือนกันครับ
แต่จากสภาพนี้แล้วจ่าจะกลับมาเขียวทั้งหมดประมาณ 1 เดือนครับ

ขนาดผมดูแลเป็นอย่างดีน้ำลงแห้งดีแล้วก็ตัดหญ้าให้สั้นเพื่อให้มันได้รับแสงแดดเต็มๆ ก็ยังเขียวสู้บ้านเพื่อนบ้านในหมู่บ้านยังไม่ได้ ของเขานี่เขียวเต็มเหมือนเดิม คงเป็นเพราะว่าเขาย้ายออกไปอยู่ที่อื่นตอนน้ำท่วมครับ หญ้าก็เลยไม่ช้ำเหมือนบ้านผม

ยังไงก็ขอให้สนามหญ้าของเพื่อนๆที่ถูกน้ำท่วมกลับมาเขียวกันทุกๆคนเลยนะครับ ขอบคุณครับ

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สภาพชาดัดหลังน้ำท่วม 12 พฤศจิกายน 2554

หลังจากที่ได้บอกไปครับว่าพอน้ำแห้งชาดัดก็เหี่ยวเหมือนจะตายทันทีและเป็นเหมือนกันทั้งหมดแต่มีบางต้นเท่านั้นที่ยังคงรอดอยู่แต่ก็น้อยมากและสภาพก็ใกล้จะตายเต็มทีครับ


ผมไม่รู้เหมือนกันนะครับว่ามันเป็นเพราะอะไรและจะต้องทำยังไงให้มันไม่ตาย เพราะว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับที่ปลูกชาดัดและน้ำมาท่วม ซึ่งผมก็ใช้ทฤษฏีเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ทั่วไปที่ว่า ถ้ายอดยังไม่จมน้ำต้นไม้ก็จะยังคงไม่ตาย

แต่ที่มันแปลกก็คือตอนน้ำท่วมมันไม่ตายแต่พอน้ำลงมันตายครับ งานนี้ใครที่เป็นผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ ก็ไม่ได้คิดว่าปีหน้าน้ำจะมาท่วมอีกหรอกครับแต่อยากจะรู้สาเหตุว่ามันตายเพราะอะไรในเมื่อตอนน้ำท่วมมันยังไม่ตาย

ตอนนี้สรุปได้อย่างเดียวสำหรับชาดัดคือถ้าน้ำจะท่วมต้องขุดย้ายอย่างเดียวเท่านั้นครับ นอกนั้นคงต้องรอให้ผู้รู้และมีประสบการณ์มาตอบจริงๆครับ

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ต้นคริสดิน่า

มาถึงต้นคริสติน่ากันบ้างครับ ต้องบอกว่ายังอยู่ดี แม้ว่าสภาพกิ่งก้านจะระเกะระกะไปหมดก็ตาม แต่ของแบบนี้ก็อยู่ที่การเก็บกิ่งมัดกิ่งแล้วก็ตัดแต่งให้สวยงามครับ เชื่อว่าคริสติน่าต้นนี้ยังสามารถกับมาสวยงามได้อยู่แน่นอน


จะเห็นได้ว่าน้ำท่วมผ่านมาเกือบ 1 เดือนที่ไม่ได้ดูแลต้นคริสติน่าไม่ได้ตัดแต่งกิ่ง ไม่ได้ใส่ปุ๋ย ไม่ได้พรวนดิน ใบก็เลยเขียวสดและใบใหญ่เชียว ใบใหญ่จนกิ่งของมันอ่อนลงมาเลย จะสังเกตได้จากช่องว่างระหว่างลำต้นนั้นไม่ได้กิ่งหายหรือว่าไม่มีใบนะครับแต่อย่างที่บอกว่ากิ่งมันอ่อนแล้วใบมันใหญ่รับน้ำหนักไม่ไหวเลยตกลงมาทำให้เห็นช่องว่างครับ

แนวทางการแก้ไขก็คือค่อยๆรวบกิ่งตามจุดต่างๆให้อยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการ เชื่อว่าถ้าเรารวบกิ่งแล้วทรงของต้นก็จะกลับมาดีเหมือนเดิมแล้วครับ บางครั้งการปล่อยให้กิ่งของต้นยาวออกมาจากลำต้นมากเกินไปก็ทำให้กิ่งที่อ่อนๆของต้นคริสติน่าเป็นแบบนี้ได้ครับ

แนวทางที่สองก็คือการตัดแต่งกิ่งครับเพื่อลดน้ำหนักของกิ่ง กิ่งจะได้ไม่ตกลงมาครับ ถ้าหากว่าเราอยากเห็นใบคริสติน่าสีแดงๆเร็วๆก็ต้องขยันตัดแต่งครับ

ตอนนี้ผมกำลังจะเอาลงดินครับวางแผนไว้ว่าจะปลูกในแนวของแถวชาดัดแล้วตัดให้เป็นทรงเหลี่ยมสลับกับต้นชาดัด แต่ว่ากว่าจะเป็นภาพนั้นได้คงอีกเป็นเดือนครับเพราะว่าแถวชาดัดของผมตอนนีั้ตายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ต้องรอเอาชาดัดมาลงใหม่กันต่อไปอีก ไงคืบหน้ายังไงจะเอามาลงให้ดูกันครับ

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สวนน้ำที่เหลือรอดจากน้ำท่วมครับ

ตอนนี้ก็ยังไม่ได้จัดใหม่นะครับเพราะว่าน้ำเพิ่งจะลงไปเหลืองานเก็บนั่นเก็บนี่ก็ยุ่งๆครับ ไหนจะงานเข้าเรื่องเงินช็อตอีก ตอนนี้เครียดไปหมดครับ


รายการต้นไม้ในภาพนี้ก็จะมีดังนี้ครับ ที่บอกนี่เพราะว่าผมเคยเข้าไปในเวปคนอื่นมีแต่รูปแต่ไม่มีรายชื่อต้นไม้ให้ทราบก็เลยบอกครับว่ามีอะไรบ้าง

1.เสือโคร่ง(ใบใหญ่ๆอยู่ด้านหลังทางซ้าย)
2.ปาล์มไผ่
3.พลูด้างราชินี พลูด่างอื่นๆ
4.ช้อนเงินช้อนทอง(ต้นที่ดอกสีเหลืองๆ)
5.เตย
6.รวยอมตะ(ใบสีแดงๆ)
7.เฟิร์นขนนก
8.มะลิลา

จริงๆแล้วมีต้นไม้องค์ประกอบมากกว่านี้แต่ก็ตายไปบ้าง เหี่ยวไปบ้างก็เอาไปพักฟื้นก่อน ตอนนี้ก็ไม่ได้เอาสวยอะไรครับแค่แยกต้นไม้ดีต้นไม้ตายออกจากกันก่อน ต่อไปนี้คงต้องหารายละเอียดและดีไซด์สวนเล็กๆตรงจุดนี้ให้ดีกว่านี้ครับเพราะว่ามันรกมากกว่าจะน่ามอง...

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โปรเจคสนามบาส

เรียกว่าตอนนี้ยังไม่ได้สรุปอะไรแน่นอนเลยครับว่าจะทำอะไรเปลี่ยนไปเป็นแบบไหนหลังจากที่ตอนนี้สวนเล็กๆหน้าบ้านแห้งหมดแล้ว ก็มีหญ้าตายไปเยอะมากโดยเฉพาะด้านข้างบ้านตายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์


แน่นอนว่าจริงๆแล้วผมชอบเล่นบาสนะโดยเฉพาะถ้าใครได้ติดตามสวนภาคเก่าๆของผมจะเห็นว่าผมได้ทำแป้นบาสเล่นเอง ซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้จะซื้อที่ไหนก็เลยทำเอง แต่ว่าตอนนี้รู้แหล่วแล้วครับว่าควรจะซื้อที่ไหนซึ่งราคาก็ไม่แพงด้วยครับ หมื่นเดียวเท่านั้น แป้นใสอคิลิคด้วยครับ

ตอนแรกที่ไม่ซื้ออีกเรื่องก็คือรู้สึกว่าแพงเคยเสิร์ทดูในเวปแต่เจอแต่แพงๆทั้งนั้นเลยครับ สามหมื่นสี่หมื่นบาทขึ้นทั้งนั้นตอนนั้นไม่ค่อยมีทุนทรัพย์ด้วยครับและก็ไม่ใช่ที่ของบ้านผมก็เลยไม่อยากจะซื้อแล้วก็เอาไปตั้งบ้านคนอื่นครับ

ถ้ามีโอกาสจะเอารูปแป้นบาสที่ผมเล็งไว้มาให้ดูครับว่าสวย น่าเล่นแค่ไหน บอกได้เลยครับว่าน่าเล่นมากๆ และที่สำคัญเหมาะกับสวนเล็กๆของผมมาก

ตอนนี้น้ำลงหมู่บ้านแห้งแล้วแต่ว่าทางที่จะไปบิ๊กซี โลตัสก็ยังไปไม่ได้ครับก็เลยต้องรอไปก่อนอ้ออาจจะมีคนถามว่าจะซื้อที่ไหนก็บอกไปเลยและกันครับว่าที่โรบินสันอยุธยา ตอนแรกผมไปดูเสื้อผ้า กระเป๋ากับแฟนครับแล้วก็เดินไปเดินมาเข้าแผนกกีฬาก็เจอของดีเข้าครับก็เจ้าแป้นบาสนี่แหละตั้งสง่างามอยู่ อยากได้ทันที และก็กลับมานั่งคิดมากอีกว่าจะเอาตั้งที่ไหนตรงไหนดีตัวเลือกเเรกและที่เป็นไปได้ก็จะเป็นดังภาพครับ

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ตัดหญ้าหลังน้ำท่วม

สวัสดีครับตอนนี้สวนแห้งแล้วสนามหญ้าผมไปดูบ้านอื่นเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนะก็เห็นว่ากลับมาเขียวแล้ว เร็วมาก ดูจะรอดเยอะกว่าบ้านผมซะอีกของผมทางด้านหน้าบ้านน่าจะดายบ้างรอดบ้างไปดูกันครับ


ก่อนน้ำท่วมผมเสียดายเหมือนกันที่ไม่ตัดหญ้าให้มันสั้นๆไว้ก่อนเพราะว่าพอน้ำลงแล้วหญ้าที่ยาวๆมันจะเหี่ยวเน่าแล้วก็ลงมาบังหญ้าทำให้หญ้าใต้นั้นตายจะเห็นได้ตรงมุมล่างซ้ายของภาพบนนะครับ ผมเลยจัดการตัดหญ้าซะเลยไม่สนใจแล้ว เพราะว่าสภาพหญ้ามันรกๆเพราะว่าหญ้าตอนน้ำท่วมมันพยามจะสูงหนีน้ำเลยยาวเป็นหย่อมๆ ทั่วไปหมด


สภาพโดยรวมในส่วนหน้าบ้านก็เป็นอย่างที่เห็นครับ น่าจะ 75 เปอร์เซ็นต์ได้นะครับที่รอดสำหรับสนามหญ้า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าคิดถูกหรือไม่ที่รีบตัดหญ้าทันที เพราะว่าส่วนบนของหญ้าที่ตัดไปมันเขียวครับ แต่ว่าพอตัดเสร็จปล้วมันก็จะเหลืองอย่างที่เห็นครับ ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าจะเขียวเต็มเหมือนเดิมเมื่อไหร่ แล้วตอนนี้ก็เป็นหน้าหนาวแดดไม่ค่อยดีครับ

พูดถึงชาดัดสักนิดครับ เพราะว่าในรูปมันเห็นชาดัดด้วยครับ เห็นได้ว่าตายแทบจะหมด น่าจะต้องเปลี่ยนใหม่จริงๆครับ ทางริมขวาก็มีไทรเกาหลีตายอยู่สี่ต้นไม่รู้ทำไมเหมือนกันทั้งๆที่ระหว่างต้นที่ตายต้นที่สองกับสามมีต้นนึงคั่นอยู่ตรงกลางไม่ตายครับ คงต้องศึกษากันต่อไปครับ

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รูปภาพอัพเดทเพิ่มเติม

รูปภาพสมบูรณ์ขึ้นครับรูปนี้สมบูรณ์ขึ้นตรงส่วนหน้าบ้านจะมีพื้นที่ที่เป็นรูปตัวแอลครับ ส่วนนั้นผมว่าเป็นจุดที่จะปลูกต้นไม้ที่จะเป็นไฮไลท์ของสวนเลยทีเดียว


พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดจะเป็นโซน R ครับ เพราะว่าโซนนั้นจะได้แดดน้อยที่สุดในแต่ละวันเพราะว่ากำแพงสูงสองเมตรห้าสิบ พอแดดหลบกำแพงมาก็มาเจอบ้านครับไม่ต้องพูดถึงสูงสัก 20 กว่าเมตรได้ครับ แน่นอนว่าได้แดดน้อยความชื้นสูง พอโดนน้ำท่วมก็ไปเลยครับสนามหญ้าหายทั้งหมด

เทียนทองที่อยู่ริมสุดตัวแอลไม่เหลือครับ ส่วนเทียนทองที่อยู่ตรงโซน R ก็ไม่รอดเหมือนกันครับสรุปได้ว่าเทียนทองไปทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์

มาถึงชาดัดที่เป็นรูปตัวแอลที่อยู่ริมรั้วนั้นไม่แน่ใจครับตอนนี้ยังมีต้นที่เหลือรอดอยู่สัก 25 เปอร์เซ็นต์ได้ แต่ก็ต้องรอดูจนที่สุดครับว่าเหลือเท่าไหร่แน่ตอนนี้ก็ยังออกไปเอามาลงใหม่ไม่ได้ครับคงต้องรอน้ำลงอีกนานครับ

สนามหญ้าที่อยู่แถบแอลก็ไม่น่าจะรอดในตอนแรกแต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนเริ่มจะฟื้นครับ แน่นอนว่าผมก็ต้องการให้เขียวเหมือนเดิมแต่ว่าดูแล้วอาจจะรอดได้สัก 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าตามแผนการแล้วต่อไปผมจะเปลี่ยนเป็นสวนไม้กระถางแน่นอนครับ เพราะรู้สึกว่ามันสกปรกเวลาเดินผ่านไปมาครับ เลยว่าจะทำทางเดินตรงกลางค่อนข้างจะแน่นอน

จะเห็นว่าผมจะมีแถวไทรเกาหลีอยู่หน้าบ้าน รอให้หนาแล้วจะตัดอยู่พอตัดได้แล้วก็คงจะสวยขึ้นแน่นอนว่าจะตัดมานานก่อนน้ำท่วมแล้วแต่โดนน้ำท่วมซะก่อน ตอนนี้ก็เพิ่งจะยกออกไปครับก็รู้สึกว่าสูงขึ้นเยอะเลย ใบหนาขึ้นซะด้วยสิสงสันจะชอบแช่น้ำ

ส่วนโซนอื่นๆจะมาอัพเดทกันต่อไปครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แผนการหลังน้ำลด

แผนการอันชั่วร้ายของผม ตอนนี้ต้องบอกว่ายังไม่มีจริงๆ รอให้น้ำท่วมลดลงจนแห้งก่อนแล้วก็ดูอาการต้นไม้ที่เหลือก่อนว่ามีอะไรเหลือให้ดูต่างหน้าบ้าง



ถ้าหากว่าเป็นต้นไม้แนวรั้วที่เป็นชาดัดเดิมที่ตอนนี้ตายเกือบหมดนั้นไม่แน่เหมือนกันว่าจะเปลี่ยนหรือปล่าว เพราะว่าใบชาดัดมันละเอียดดี แนวรั้วที่ใบเล็กละเอียดแบบชาดัดผมยังนึกไม่ออกว่ามีต้นอะไรบ้าง ตัวเลือกต่อมาก็จะเป็นต้นคริสติน่า นึกภาพดูแล้วน่าจะสวยเหมือนกันแม้ว่าจะใบใหญ่กว่าชาดัดมาก แต่คริสติน่ามีความอ่อนไหว มีความพลิ้วกว่าขาดัดและไทรเกาหลี โดยเฉพาะตอนใบใหม่เป็นสีแดงก็ดูสดใสดี แต่ก็ยังเป็นแค่ตัวเลือกอยู่ในตอนนี้

สำหรับโซนเทียนทองที่ตายหมดเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นก็อาจจะเปลี่ยนแนวไปเลย อาจจะเหลือไว้ในบางโซนเพื่อไว้ดึงความสว่างของสวนจะได้ไม่มืดเกินไป ซึ่งของเดิมนั้นเทียนทองของผมจะมีอยู่สองโซนคือโซนหน้าบ้านกับข้างบ้าน ซึ่งจุดที่เหลือไว้และว่าจะเอามาลงใหม่คงเป็นข้างบ้านเพราะว่าค่อนข้างจะมืดกว่าส่วนหน้าบ้านคงเปลี่ยนไปเล่นไม้ดอกให้เป็นแถวไปเลย

สนามหญ้าหน้าบ้านรอดน่าจะรอดนะ ส่วนข้างบ้านกับหลังบ้านไม่น่าจะเหลือ แต่คราวนี้อาจจะมีอิฐทางเดินมาร่วมบ้างเพราะรู้สึกเหมือนกันว่าเวลาฝนตกเดินไปรอบๆบ้านไปเก็บผ้าหรือเก็บของเท้าเื้ปื้อนแล้วก็ทำให้พื้นกระเบื้องโรงรถหรือที่อื่นๆมีเศษหญ้าเปรอะไปหมด เรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงเยอะทีเดียวสำหรับข้างบ้านทางฝั่งโรงจอดรถ

ต้นไม้ไฮไลท์มาถึงตรงนี้ผมยังไม่สรุปตายตัวเพราะว่า รอให้องค์ประกอบโดยรวมกลับเข้าที่ก่อนดีกว่า แล้วค่อยไปเดินดูตลาดต้นไม้ก็ไม่รับร้อนมากในส่วนของต้นไม้ไฮไลท์นี้

ไว้ปรับปรุงซ่อมแซมเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟังเหมือนเดิมครับ

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เบื่อๆอยากออกทะเล

มีคำๆนึงครับที่เราพูดแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ยามที่เรารู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ เวลาที่เราไม่อยากจะนึกไม่อยากจะคิดอะไร เราจะรู้สึกว่าอยากออกทะเล อยากออกไปให้พ้นๆ ที่ที่เรากำลังเบื่อกำลังเซ็งอยู่ หรืออะไรก็ตามที่เราไม่อยากพบเจอไม่อยากเห็นไม่อยากเผชิญ


มองไปไกลสุดฟ้าไม่มี่ใครสักคน ทะเลอยู่ได้ยังไงกันนะ


เชื่อมั้ยครับว่าหากเวลาที่เราเครียดหรือว่าเบื่ออะไรก็ตามในชีวิตแล้วเราลองหาเพื่อนหรือว่าคนรู้ใจหรือว่าใครก็ได้ที่จะอยู่เป็นเพื่อนเราออกทะเล พาเราออกทะเล ที่ๆทำให้เรารู้สึกว่าอิสระ ที่ๆทำให้เราได้รู้สึกว่าโลกนี้กว้างมากๆ และยังมีที่ๆเหงาๆกว่าเรา เศร้าๆพร้อมๆเรา เคว้งคว้างเป็นเพื่อนเรา

ผมบอกได้เลยว่าถ้าหากใครกำลังอกหักหรือว่าเศร้าอยู่หากไปทะเลคนเดียวจะอันตรายมากๆ เพราะว่าทะเลจะทำให้คนที่เศร้าด้วยเรื่องความรักนี้ทรมาณมากขึ้นเป็นสองเท่า เพราะเขาจะยิ่งรู้สึกเหงารู้สึกเดียวดายดังนั้นคนที่เศร้าเรื่องความรักห้ามไปทะเลคนเดียวอย่างเด็ดขาด

การฟังเพลงเศร้ากับการเที่ยวทะเลมันเข้ากันมากเชื่อผม ลองนั่งเรื่อในทะเลแล้วเปิดเพลงเศร้าๆที่คุณชอบที่โดนใจคุณแล้วปล่อยอารมณ์ไปตามเพลงเพลงนั้น ปล่อยไปเลยปล่อยโฮได้ยิ่งดีแล้วคุณจะรู้สึกว่าการออกทะเลมันสุดๆได้จริงๆ

ทะเลทำให้คนได้ปลดปล่อยแต่ทะเลก็ทำให้คนยิ่งเจ็บยิ่งเศร้ามากขึ้นได้เหมือนกันเพราะทะเลนั้นคู่กับความเหงา ความเศร้า ทะเลไม่เคยบอกใครว่าเศร้าเรื่องอะไร เพียงแค่เราได้เห็นได้สัมผัสทะเลก็จะทำให้เราเข้าใจเองว่าทะเลเศร้าและเหงาแค่ไหน

บางครั้งทะเลก็โหดร้าย หากชีวิตนึงเราได้ไปทะเลกับคนที่เรารักมันคงเป็นความสุขที่สุด แต่หากชีวิตนึงเราไม่ได้มีโอกาสไปทะเลกับคนที่เรารักนั่นก็หมายความว่าเรากับทะเลจะเหงาเศร้าไปพร้อมๆกัน...