rss
Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

หญ้านวลน้อยโดนหมาฉี่รด อีกแล้ว

น่าเบื่อที่สุดครับ หญ้าที่ผมเอาไปปลูกไว้บนโคกเพื่อหนีน้ำท่วม ปรากฏว่าหมาที่ไหนดันเข้าไปฉี่รดอีก เบื่อครับเหนื่อยจริงๆ อยากจะบอกว่าชักจะเกลียดหมาเหมือนกันและ

ผมไม่ได้ออกไปดูสองวันก็พบว่าหญ้าที่ผมตัดใหม่ๆ สวยงามนั้น เป็นอย่างที่เห็น มีรอยฉี่เต็มไปหมด ทั้งรอยวงกลม รอยแบบน้ำฉีด ใครๆดูก็รู้ว่านี่มันคือรอยฉี่หมาชัดๆแน่ๆ

คำถามคือคนอื่นที่ปลูกหญ้าเจอแบบนี้กันบ้างหรือปล่าว ถ้าเจอแล้วทำอย่างไรครับ...

ผมรู้สึกว่าเหนื่อยมากๆเลยตอนที่เห็นหญ้าโดนหมาฉี่รดเเบบนี้ คนที่ปลูกก็รู้สึกนะครับว่ามันใช้เวลากว่าที่หญ้าจะฟื้น หญ้าจะเจริญ หญ้าจะเต็มและเเน่นพื้นที่ แต่พอเต็มพื้นที่หมาที่ไหนก็ไม่รู้มาสร้างผลงานให้เรารู้สึกหมดเเรงได้ถึงขนาดนี้ บอกตรงๆว่าเหนื่อยแล้วครับ

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ดาวเรืองลงดินแล้วครับ

เพาะไว้สัก 20 เมล็ดได้ครับจนแล้วจนรอเหลือเป็นต้นกล้าสักสิบกว่าต้นก็พอแล้วครับ ผมเอาลงกระถางแล้วครับแล้วก็โดนแดดตอนเช้าครึ่งวันครับ เอาไว้รอดูการเติบโตกันต่อไปครับ


ผมใช้ดินก้ามปูผสมปุ๋ยคอก หรือขี้วัวเล็กน้อยครับ ขี้วัวผมหาซื้อที่เป็นกระสอบไม่ได้ครับเลยซื้อแบบถุงละสิบบาทมา ก็เอาไปใส่ไม้กระถางที่เป็นไม้ใบได้กระถางละนิดละหน่อยรดน้ำให้ชุ่มก็เรียบร้อยดีครับ

เอาไว้รอสักอาทิตย์ สองอาทิตย์มาดูการเติบโตกันครับผม

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

มาดูผลงานตู้อบกิ่งชำต้นไม้กันครับ

ผมจำไม่ได้นะครับว่ากี่วันแต่ที่แน่ๆ น่าจะเกิน 1 เดือนแน่นอนครับ ว่าแล้วก็มาเปิดตู้อบดูกันเลยครับ ลุ้นไปพร้อมกัน

สภาพถุงหรือว่าตู้อบภายนอก เห็นด้านในเขียวๆอยู่มีลุ้นแน่นอนครับ อย่างน้อยก็ยังเขียวอยู่

แกะปากถุงออกก็เห็นกิ่งที่ชำไว้ยังเขียวสดดีและมีการแตกใบอ่อนใหม่ด้วย ผมว่าน่าจะมีรากแล้วละครับแบบนี้



ลองหยิบขึ้นมาดูก็เห็นรากเดินออกมานอกถุงแล้วครับแบบนี้ติดแน่นอนแล้วครับ ถือว่าเป็นการใช้ตู้อบในการเพาะชำกิ่งแล้วได้ผลมากๆครับ

พอดีไม่ได้แกะถุงออกนะครับเพราะว่ายังไม่รู้จะเอาไปลงตรงไหนเดี๋ยวแกะแล้วจะกลับใส่ถุงยากครับ ยังไงใครที่เคยสงสัยเหมือนผมว่าทำไมต้นไม้บางชนิดที่เพาะชำแล้วไม่ค่อยรอดลองใช้ตู้อบแบบผมดูเลยครับ ขอให้สนุกในการปลูกต้นไม้ครับผม

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ช่างปูกระเบื้องเก่ง ระดับเทพ

เดินเข้าไปดูใกล้ๆด้วยกันครับ สภาพการปูกระเบื้องในวันแรกสวยงามแบบนี้ครับไปเริ่มดูตั้งแต่รูปแรกกันเลยครับ

การปูกระเบื้องมันต้องแบบนี้ครับระดับต้องได้ไม่การแก้ในภายหลัง ผิวงานกระเบื้องสะอาดมีการเช็ดคราบปูนในเบื้องต้นเรียบร้อย


พื้นผิวที่แกะกระเบื้องออกเพราะได้ระดับสวยงาม เตรียมเซาะออกปูใหม่เพื่อความเนียบต่อไป

ลักษณะงานการปูก็เป็นระเบียบเรียบบร้อยไม่ทำให้สีหรือพื้นผิวกระเบื้องเสียหายแต่อย่างใด

ดูด้านข้างก็สวยงาม อยากจะบอกว่าหรูมากๆ


ดูด้านข้างอีกภาพครับสวยงามน่าประทับใจจริงๆ

ตั้งแต่เกิดมารู้สึกว่าคุ้มแล้วครับที่เจองานปูกระเบื้องที่คุณภาพแบบนี้ครับ

กระเบื้องที่ผมเลือกเป็นสี อังกฤษแบล็ค ว่างๆก็ลองไปเดินดูนะครับว่าหรูแค่ไหน แ่ต่ว่าถ้าดูจากภาพนี้ก็หรูสุดๆแล้ว

สรุปผลงานในการปูกระเบื้องในวันแรกผมอมยิ้มได้และมีความสุขใจดังรูปนี้ครับ

ผมซึ้งใจและอยากจะขอบคุณช่างมากๆในวันแรกที่ทำให้ผมมั่นใจในฝีมือผมขอยกนิ้วให้เลยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ตามดูปูกระเบื้อง

จริงๆแล้วไม่อยากจะดึงเรื่องงานก่อสร้างมาเกี่ยวกับเวปนี้เท่าไหร่นะครับเพราะว่าความตั้งใจจริงนั้นต้องการเน้นเรื่องสวนซะมากกว่า แต่ที่เอามาลงก็เพราะมีเรื่องคับข้องใจไม่น้อยครับเลยเอามาเล่าให้ฟังกัน


เป็นวันแรกในการปูครับ มีการรื้อมีการแก้ไขระดับเยอะมากจนรู้สึกน่าเป็นห่วง ผมไม่ขอพูดถึงว่าที่ไหนรายละเอียดอะไรนะครับเพราะต้องการเล่าเรื่องมากกว่าไม่ได้มาโจมตีใคร

ต้องเซาะปูนออกแกะกระเบื้องออกหลายรอบครับ

จนรู้สึกว่างานนี้จะออกมาเป็นยังไงในวันสุดท้าย น่าติดตามครับว่ากระเบื้องที่ผมเลือกเวลาเอามาปูแล้วมันจะสวยและได้บรรยากาศของธรรมชาติอย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่ แล้วจะเล่าให้ฟังต่อครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สวนล่อนก

ไม่รู้ว่ามีใครสนใจเรื่องนี้กันบ้างหรือปล่าวกับการที่จะมีนกมาเล่นน้ำในอ่างที่เราได้เตรียมเอาไว้ให้มันโดยเฉพาะ และก็มีอาหารบ้างอะไรบ้างให้มันกิน เรียกว่าเป็นการเลี้ยงนกก็ว่าได้

เรื่่องของเรื่องนี้คือผมค้นหาเรื่องบ้านนกเพราะว่าอยากจะได้มาแต่งสวนและรู้สึกว่าอยากเห็นนกทำรังในบ้านนกที่เราเอามาแขวนไว้ไปๆมาๆก็เจอเรื่องนกฮัมมิ่งเบิร์ดก่อน แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่เห็นมันบินมากินน้ำหวานที่คนเตรียมและแขวนเอาไว้ให้ แต่แล้วก็มารู้ว่ามันมีแต่ที่สหรัฐเท่านั้น

ประเทศไทยเราที่น่าจะเรียกได้ว่านกฮัมมิ่งเบิร์ดเมืองไทยก็คือ นกกินปลี ซึ่งเท่าที่ผมดูและเคยเห็นที่บ้านเก่าก็สวยมากๆ ในที่สุดก็มาเจอเรื่องของคนที่ล่อนกเพื่อที่จะถ่ายรูป ยิ่งน่าสนใจมากๆเพราะว่าวิธีการดูเหมือนจะไม่ยากอะไรเลย เพียงแค่เตรียมอ่างน้ำใส่น้ำตื้นๆไม่ลึกเกิน2-3นิ้วเอาไว้ แล้วก็มีอาหาร พวกกล้วย ผลไม้ต่างๆ อะไรก็เอาไว้นกก็มากินแล้วก็เล่นน้ำแล้ว

ที่ว่ามานัี้นเป็นเรื่องของคนล่อนกเพื่อถ่ายภาพนะครับ ส่วนผมเองกำลังทดลองอยู่โดยมีอ่างน้ำอย่างในรูป(จานรองกระถาง) กับกล้วย ข้าวสุก องุ่น วันนี้เป็นวันแรกที่ผมทดลองครับไม่รู้ว่าจะมีนกมากิน หรือมาเล่นน้ำบ้างหรือปล่าว


เท่าที่เคยอ่านเรื่องของคนอื่นเห็นเขาว่ามันจะมาเยอะตอนหลังเที่ยงถึงบ่ายๆครับ และที่ผมสงสัยที่สุดก็คือบ้านผมไม่ได้อยู่ในชนบทที่ต้นไม้ครึ้มแล้วจะมีนกมาหรือไม่อันนี้เป็นเรื่องที่ผมกำลังพิสูจน์ให้่ทุกคนเห็น ไว้ได้ผลยังไงจะมาเล่าให้ฟังกันครับ ถ้าได้รูปก็จะเอามาให้ดูแน่นอนครับแต่คงไม่ใช่รูปที่สวยงามอะไรนะครับเพราะผมไม่ได้เล่นกล้อง ที่ทำก็เพราะอยากเห็นนกเล่นน้ำในอ่างเท่านั้นครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ต้นโมกเป็นไม้ริมรั้วดีที่สุดหรือไม่

แน่นอนว่าคำถามนี้ต้องรอคำตอบอีกหลายเดือนเพราะว่าผมเพิ่งจะลงต้นโมกต่อจากแถวไทรเกาหลีตลอดแนวทางขวาของบ้านจากที่เห็นในรูปนั่นแหละครับ


จะเห็นว่าโคนต้นโมกไม่มีกิ่งก้านอะไรเลยต้องรอหลายเดือนแน่นอนครับกว่าจะมีใบและกิ่งให้เห็น ตอนนี้ก็เลยเป็นสิ่งที่วัดเเละเทียบกันให้เห็นไปเลยครับว่าไทรเกาหลี หรือว่าโมกนั้นจะเหมาะเป็นต้นไม้ริมกำแพงมากน้อยกว่ากัน

แต่หากเทียบกันจริงๆแล้วก็พอจะมองเห็นนะครับว่าสวยไปคนละแบบ ทางไทรเกาหลีจะดูหนักแน่นดูแข็งแรง ส่วนโมกนั้นจะให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มดูเป็นธรรมชาติกว่า เอาไว้ยังไงเดี๋ยวลองมาดูหลังจากนี้อีกสองสามเดือนกันดูครับว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง