rss
Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สั่งซื้อชุดสปริงเกอร์มาแล้วครับ

เมื่อสองสามวันที่แล้วหาข้อมูลเรื่องสปริงเกอร์ดูรู้สึกสนใจครับ เรื่องท่อพีอีและก็พวกมินิสเปรย์หรือว่ามินิสปริงเกอร์ก็เลยลองสั่งซื้อมาชุดนึงครับ

ผมซื้อ ชุดหัวฉีดสเปรย์มาชุดนึง และก็หัวฉีดอีก2แบบ และก็สปริงเกอร์แบบป๊อปอัพตัวนึง ราคารวมแล้วก็ 504 บาท (รวมค่าจัดส่งแล้ว 100 บาท)  ที่ผมซื้อชุดหัวฉีดสเปรย์ก็เพราะว่ามันได้อุปกรณ์ที่จำเป็นครบเลยครับลองดูรายชื่ออุปกรณ์ในชุดเลยครับ เดี๋ยวของมาจะเอารูปมาให้ดูกันครับและก็มาลองเล่นพร้อมกัน ของน่าจะมาวันนี้ละครับ

ปรากฏว่ายังไม่มาครับเชคในเนตมันเข้าเตรียมการนำจ่ายวันเสาร์ วันนี้วันจันทร์น่าจะมาเย็นนี้หละครับผม เดี๋ยวมาเล่นกัน(ขนาดน้ำท่วมไม่มีที่ปลูกหญ้านะเนี่ย)

ชุดหัวฉีดสเปร์ยเริ่มต้น ติดตั้งง่าย
สามารถทำได้ด้วยตนเอง  เหมาะสำหรับ
สวนขนาดเล็ก
ในชุดประกอบด้วย ท่อพีอี 12 มม. 15 เมตร

หัวสเปรย์พร้อมขาปัก 360 องศา 5 ชุด 
ตรงเกลียวนอก 2 ตัว
 งอ 1 ตัว
ข้อต่อสายไมโคร 5 ตัว
คลิ๊บล๊อคท่อ 4 ตัว
ปิดปลาย 1 ตัว
ตัวเจาะท่อ 1 ตัว
ตัวอุดรูเจาะผิด 3 ตัว
สายไมโคร 2 เมตร
น้ำหนัก : 1000 กรัม
สนใจก็ซื้อที่เวปนี้นะครับผม: http://www.sprinkler-thai.com/

แล้วก็มาจริงๆครับมาแกะกล่อง เชคของดูพร้อมๆกันเลย

สภาพการแพค การบรรจุก็ดีครับ แน่นหนามั่นคงดี การจ่าหน้าพัสดุถึงผู้รับก็ชัดเจนมาตรฐานครับ

พอแกะกล่องออกมาก็เป็นไปตามคาดครับว่าเป็นสินค้าแบบชุดสำหรับศึกษาทดลอง และก็ประกอบใช้ง่ายซึ่งผมชอบสินค้าแนวนี้ครับนอกจากจะได้ใช้แล้วยังได้ความรู้ไปด้วย

รูปนี้เป็นอุปกรณ์ทั้งหมดของชุดหัวฉีดสเปรย์ครับ หลักๆก็มีท่อพีอี สายไมโคร และก็ท่อข้อต่อหัวสเปรย์ ตัวเจาะท่อพีอี ฯลฯ จะอยู่ในถุงเดียวกัน เดี๋ยวเอาไว้ดูกันตอนหน้าครับ

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

ที่เจาะรูท่อพีอี

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

ตัวอย่างการต่อสปริงเกอร์จิ๋วกับท่อพีอี

ต่อเนื่องจากเรื่องของท่อพีอีนะครับ ที่บอกว่าสะดวกวันนี้เรามาดูกันครับว่ามันสะดวกยังไง เวลาต่อสปริงเกอร์ทำอย่างไรไปดูกันเลยครับ

ท่อพีอีนั้นมีอุปกรณ์ตัวนึงที่จำเป็นครับนั่นคือตัวเจาะท่อพีอี

ทำความรู้จักท่อพีอี

ท่อพีอี

ท่อพีอีจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ท่อ HDPE และ ท่อ LDPE
ท่อ LDPE เป็นท่อที่มีขนาดเล็กตั้งแต่ 16 มม.  20 มม. และ 25 มม.  โดยทั่วไปนิยมใช้ในงานเกษตร
ซึ่งเป็นท่อที่ไม่ต้องรับแรงดันมากนัก เพราะต่อเชื่อมมาจากท่อเมนที่มีขนาดใหญ่ แรงดันส่วนมากจะตกอยู่กับท่อเมน
ท่อเมนจึงต้องเป็น HDPE ท่อHDPE เป็นท่อที่มีขนาดตั้งแต่ 32 มม. ขึ้นไป จะแบ่งเป็น PN 4 , PN 6 , PN10 
PN หมายถึง การรับแรงดันของท่อ เช่น PN 4 รับแรงดันได้ 4 บาร์ PN 6 รับแรงดันได้ 6 บาร์ ตัวกำหนดการเลือกท่อ
คือปั๊ม และหัวสปริงเกลอร์ หัวสปริงเกลอร์แต่ละรุ่นจะต้องการแรงดันใช้งานแตกต่างกันไป
อย่างเช่น 2 บาร์   4  บาร์  6 บาร์ จึงต้องเลือกขนาดปั๊มที่สามารถสร้างแรงดันได้เท่ากันที่หัวต้องการ
และต้องเลือกขนาดที่ให้ทนได้แรงดันได้มากกว่าแรงดันใช้งานของปั๊มและหัว เพื่อป้องกันการเสียหายของท่อ  ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.sprinkler-thai.com/


ท่อพีอีนี้ผมเองก็ยังไม่เคยใช้แต่ว่าเท่าที่หาข้อมูลมามันใช้งานง่ายครับ สะดวก และเหมาะมากๆสำหรับการติดตั้งสปริงเกอร์ และระบบน้ำใช้ในการเกษตร

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

สปริงเกอร์แบบพ่นหมอก

ผมรู้สึกสนใจสปริงเกอร์พ่นหมอกเหมือนกันครับเพราะว่าได้ดูคลิปของยูทูบที่น้องคนนึงทำสปริงเอกร์พ่นหมอกแบบง่ายๆให้ดู แต่พอไปทำจริงๆแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิดแลยครับ

จากคลิปที่ผมถ่ายมาให้ดูอาจจะเห็นไม่ชัดเท่าไหร่นะครับ แต่ว่าบอกได้เลยว่ามันเป็นแค่ฝอยเท่านั้น ยังไม่ถึงกับเป็นหมอกครับ และก็เกิดสนใจตอนนี้ผมเริ่มมองหาอะไรที่จะมาทำสปริงเกอร์แบบหมอกบ้างแล้วครับแต่ก็ยังไม่เวิร์ค

ล่าสุดก็ลองเสิร์ทดูในกูเกิลก็เจอแบบนึงที่มีคนนำจุกน้ำปลามาเจาะรูด้วยเข็มหมุดรนไฟแล้ก็เสียบเข้ากับท่อพีวีซีทากาว ผมอ่านเท่านี้ก็รู้สึกนึกภาพว่าน่าจะเวิร์คเลยครับ แต่เสียดายไม่มีภาพให้ดู ผมเองก็อยากเห็นภาพเหมือนกัน
ล่าสุดเสิร์ทไปเจอสปริงเกอร์จากเวปนี้ครับ http://www.sprinkler-thai.com/

มีให้เลือกเพียบเลยดูแล้วไม่อยากทำเองเลยครับก็เล่นเจออย่างตัวละ 10 บาทลองดูครับน่าสนใจและน่าซื้อมากๆสำหรับคนที่รักสนามหญ้า ผมเอาตัวอย่างที่น่าสนใจบางส่วนมาให้ดูกันครับ

หัวครึ่งวงกลม เรนดรอป - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หัวครึ่งวงกลม เรนดรอป ตัวนี้ตัวละ 20 บาทเอง นอกจากนี้ยังมีรุ่นอื่นๆอีกนะครับ เช่น 90 องศา 360 องศา ตัวละ 10-20 บาทเอง

ชุดพ่นหมอกสี่ทาง แบบปักดิน

ราคา 85.00 บาท
ชุดพ่นหมอก 4 ทาง แบบปักดิน
เสาสูง 40 ซม. สายยาว 60 ซม.
ปริมาณน้ำ 36 ลิตร/ชั่วโมง
ใช้ปักดิน น้ำจะกระจายออกสี่ด้าน เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับสนาม  
ตัวนี้ถือว่าน่าสนใจมากๆครับผม
นอกจากนี้ผมเองยังเเอบติดใจอีกหลายอย่างครับ เลือกไม่ถูกและคิดหนักเลยครับว่าจะซื้ออะไรก่อนดี อยากได้ไปหมดครับผมตอนนี้

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

สปริงเกอร์ขวดน้ำ

สวัสดีครับตอนนี้ผมปลูกหญ้าไว้กระจุกนึงปรากฏว่าไม่ค่อยงามโตช้าเต็มช้า อาจจะเป็นเพราะได้น้ำน้อยไปก็ได้วันนี้เลยเอาความรู้จากยูทูปมาทำสปริงเกอร์หรือว่าสเปรย์ขวดน้ำเอาไว้รดต้นไม้อย่างง่ายๆครับ

ดูคลิปที่ผมทำตามก่อนเลยครับ




พอดูเห็นตอนเเรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรครับแต่พอได้ดูดีดีปรากฏว่าข้อดีของมันคือมันให้น้ำออกมาเป็นละอองละเอียดมากๆซึ่งแน่นอนว่าหญ้านวลน้อยของผมชอบมันแน่ๆ ว่าเเล้วผมก็ทำเลยครับ

ไม่มีอะไรเลยแค่ขวดน้ำ 1.25 หรือ 1.5 ก็ได้ หรือจะเป็นขวดโออิชิก็ได้ เพราะว่าขวดพวกนี้เนื้อจะเเข็งว่าขวดน้ำโพลาลิสที่เป็นพลาสติกสีขาวครับ จะได้ทนเเรงดันน้ำได้ดีไม่บูดบวมครับเวลาอัดน้ำเข้าไป

ที่สำคัญจะอยู่ตรงข้อต่อสายยางเข้ากับปากขวดต้องทำให้แน่นด้วยและก็ถอดสายยางไปใช้อย่างอื่นได้ด้วย ตอนเเรกก็นึกไม่ออกครับว่าจะทำยังไงสุดท้ายก็ซื้อข้อต่อเกลียวที่อีกด้านเป็นที่เสียบสายยาง มันจะหลวมหน่อยๆ ผมเอาด้านใส่สายยางเข้าขวดนะครับเพราะมันจะยาวดีมีพื้นที่ให้คับขวดได้มากกว่าอีกด้านที่เป็นเกลียวครับ

แต่ว่ายังไงอีกด้านก็เสียบสายยางได้เเน่นมากเหมือนกันครับไม่ต้องกลัวว่าจะหลุด

สิ่งสำคัญอีกอย่างนั้นคือการเจาะรูครับ เท่าที่ผมลองแล้ว
1.ใช้เข็มหมุดเจาะ น้ำน่าจะออกเป็นละอองถ้าหากว่าแรงดันน้ำแรงๆ ลองไปดูครับว่าเป็นอย่างไร




แน่นอนว่ามันยังไม่เป็นละอองเท่าที่ต้องการ เป็นได้แค่ฝอยเล็กๆเท่านั้น ไว้ยังไงจะแก้ไขแล้วอัพให้ดูกันอีกครับ

ปลูกหญ้านวลน้อยชั่วคราว

วันนี้เอาภาพหญ้านวลน้อยที่ผมดึงมาจากน้ำท่วมหน่อยนึงเอามาปลูกหนีน้ำบนโคกหลังบ้านครับ นี่เป็นรูปหลังจากปลูกได้เกือบเดือนแล้วผมรู้สึกว่ามันฟื้นช้ามากๆ และก็ไม่งามเหมือนตอนที่ปลูกในบ้านครับไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน


จริงๆแล้วผมกะว่าถ้ามันเต็มและเเน่นเมื่อไหร่ผมจะเพาะไปเรื่อยๆ ให้ได้พื้นที่เยอะๆเท่าที่จะเยอะได้เลย ตอนน้ำลงจะได้เอาลงไปปลูกในบ้านไปเพาะในบ้านต่อ แต่ว่ามันดันไม่โต ไม่เต็ม ไม่เจริญเร็วอย่างที่คิดครับ

ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าเป็นเพราะอะไร ปุ๋ยผมก็ให้ไปสองครั้งแล้ว ฝนก็ตกเกือบทุกวันเเทบจะไม่ต้องรดน้ำ แดดผมคิดว่าก็น่าจะเพียงพอ สิ่งที่เเตกต่างกันระหว่างพื้นที่ปลูกนี้กับที่ในบ้านผมคือสภาพดินบนนี้ค่อนข้างจะเป็นดินเหนียว เวลาเเข็งจะค่อนข้างเเข็งมาก เรียกว่าพรวณดินไม่ได้เลย

เท่าที่ได้สังเกตุเวลาเปียกก็จะเละมาก เวลาแห้งคือถ้าเเดดออกสักครึ่งวันก็เเห้งเเข็งแล้ว

สิ่งที่ผมจะทดลองต่อไปก็คือจะรดน้ำตอนกลางวันอีกสักครั้งนึงเพื่อให้ดินชุ่มตลอดวัน ไม่ปล่อยให้ดินแข็งเกินไปยังไงก็ติดตามกันให้ดีครับว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป สำหรับโปรเจคช่วงน้ำท่วมนี้