มีคำๆนึงครับที่เราพูดแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ยามที่เรารู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ เวลาที่เราไม่อยากจะนึกไม่อยากจะคิดอะไร เราจะรู้สึกว่าอยากออกทะเล อยากออกไปให้พ้นๆ ที่ที่เรากำลังเบื่อกำลังเซ็งอยู่ หรืออะไรก็ตามที่เราไม่อยากพบเจอไม่อยากเห็นไม่อยากเผชิญ
มองไปไกลสุดฟ้าไม่มี่ใครสักคน ทะเลอยู่ได้ยังไงกันนะ
เชื่อมั้ยครับว่าหากเวลาที่เราเครียดหรือว่าเบื่ออะไรก็ตามในชีวิตแล้วเราลองหาเพื่อนหรือว่าคนรู้ใจหรือว่าใครก็ได้ที่จะอยู่เป็นเพื่อนเราออกทะเล พาเราออกทะเล ที่ๆทำให้เรารู้สึกว่าอิสระ ที่ๆทำให้เราได้รู้สึกว่าโลกนี้กว้างมากๆ และยังมีที่ๆเหงาๆกว่าเรา เศร้าๆพร้อมๆเรา เคว้งคว้างเป็นเพื่อนเรา
ผมบอกได้เลยว่าถ้าหากใครกำลังอกหักหรือว่าเศร้าอยู่หากไปทะเลคนเดียวจะอันตรายมากๆ เพราะว่าทะเลจะทำให้คนที่เศร้าด้วยเรื่องความรักนี้ทรมาณมากขึ้นเป็นสองเท่า เพราะเขาจะยิ่งรู้สึกเหงารู้สึกเดียวดายดังนั้นคนที่เศร้าเรื่องความรักห้ามไปทะเลคนเดียวอย่างเด็ดขาด
การฟังเพลงเศร้ากับการเที่ยวทะเลมันเข้ากันมากเชื่อผม ลองนั่งเรื่อในทะเลแล้วเปิดเพลงเศร้าๆที่คุณชอบที่โดนใจคุณแล้วปล่อยอารมณ์ไปตามเพลงเพลงนั้น ปล่อยไปเลยปล่อยโฮได้ยิ่งดีแล้วคุณจะรู้สึกว่าการออกทะเลมันสุดๆได้จริงๆ
ทะเลทำให้คนได้ปลดปล่อยแต่ทะเลก็ทำให้คนยิ่งเจ็บยิ่งเศร้ามากขึ้นได้เหมือนกันเพราะทะเลนั้นคู่กับความเหงา ความเศร้า ทะเลไม่เคยบอกใครว่าเศร้าเรื่องอะไร เพียงแค่เราได้เห็นได้สัมผัสทะเลก็จะทำให้เราเข้าใจเองว่าทะเลเศร้าและเหงาแค่ไหน
บางครั้งทะเลก็โหดร้าย หากชีวิตนึงเราได้ไปทะเลกับคนที่เรารักมันคงเป็นความสุขที่สุด แต่หากชีวิตนึงเราไม่ได้มีโอกาสไปทะเลกับคนที่เรารักนั่นก็หมายความว่าเรากับทะเลจะเหงาเศร้าไปพร้อมๆกัน...
วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สภาพสนามหญ้าข้างบ้าน
ดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะรอด เพราะว่าด้านนี้เป็นด้านที่โดนแสงแดดวันนึงน้อยประมาณสัก 4-5 ชั่วโมงเท่านั้นบางวันก็อาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ
ถ้าหากว่าลองนึกถึงหลักการของต้นไม้สิ่งที่ต้นไม้ต้องการก็จะมี อาหาร อากาศ แสงแดด สนามหญ้าด้านนี้เหมือนโดนตัดไปสองอย่างก็คือ แสงแดด กับอากาศ แล้วน้ำท่วมขังอยู่สองอาทิตย์ความเป็นไปได้ว่ามันไม่รอดก็มีสูงแน่นอน
ผมก็ลองดูเทียบกับทางหน้าบ้านที่หญ้ายังเขียวอยู่ก็มีความเป็นไปได้ว่าทางหน้าบ้านนั้นได้รับแดดทั้งวันเลยอาจจะมีเปอร์เซ็นต์รอดมากกว่าเพราะเห็นมันยังมีสีเขียวให้เห็นอยู่ค่อนข้างเยอะ
และที่อื่นๆที่ร่มไม่โดนแดดสภาพต้นหญ้าก็จะเป็นเหมือนๆกัน คือจะเน่า และมีสีออกสีน้ำตาลอ่อนไปถึงเข้ม ซึ่งที่เป็นสีน้ำตาลผมเชื่อว่ามันไม่รอดแน่นอนแล้วแน่ๆ
คงต้องรอลุ้นกันต่อไปเรื่อยๆครับวันนี้ก็เพิ่งจะเป็นวันแรกที่น้ำแห้งจากสนามหญ้า อีกวันหรือสองวันน่าจะเห็นอะไรที่ชัดเจนขึ้นมากกว่านี้ครับ
ถ้าหากว่าลองนึกถึงหลักการของต้นไม้สิ่งที่ต้นไม้ต้องการก็จะมี อาหาร อากาศ แสงแดด สนามหญ้าด้านนี้เหมือนโดนตัดไปสองอย่างก็คือ แสงแดด กับอากาศ แล้วน้ำท่วมขังอยู่สองอาทิตย์ความเป็นไปได้ว่ามันไม่รอดก็มีสูงแน่นอน
ผมก็ลองดูเทียบกับทางหน้าบ้านที่หญ้ายังเขียวอยู่ก็มีความเป็นไปได้ว่าทางหน้าบ้านนั้นได้รับแดดทั้งวันเลยอาจจะมีเปอร์เซ็นต์รอดมากกว่าเพราะเห็นมันยังมีสีเขียวให้เห็นอยู่ค่อนข้างเยอะ
และที่อื่นๆที่ร่มไม่โดนแดดสภาพต้นหญ้าก็จะเป็นเหมือนๆกัน คือจะเน่า และมีสีออกสีน้ำตาลอ่อนไปถึงเข้ม ซึ่งที่เป็นสีน้ำตาลผมเชื่อว่ามันไม่รอดแน่นอนแล้วแน่ๆ
คงต้องรอลุ้นกันต่อไปเรื่อยๆครับวันนี้ก็เพิ่งจะเป็นวันแรกที่น้ำแห้งจากสนามหญ้า อีกวันหรือสองวันน่าจะเห็นอะไรที่ชัดเจนขึ้นมากกว่านี้ครับ
วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สนามหญ้าหลังน้ำท่วม
จะมีใครสักกี่คนครับที่ต้องเห็นภาพสนามหญ้าบ้านตัวเองโดนน้ำท่วมแล้วท่วมอีกทุกๆปี มีผมนี่แหละหนึ่งคนที่ต้องเห็นภาพแบบนี้้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่เว้นแต่ละปีเลย ปีนี้ก็ไม่เว้นเหมือนกัน
ทุกๆปีหญ้าในสนามหน้าบ้านจะถูกท่วมนานเป็นเดือนแต่ว่าที่นี่บ้านใหม่ที่คิดว่าน้ำไม่ท่วมแต่นย้ำก็ท่วมเพราะปีนี้หนักจริงๆ แต่ก็ท่วมทีหลังเขาก็ยังดี ถ่วงเวลาเอาไว้ให้สนามหญ้าได้เยอะเลย ก็เลยจมน้ำอยู่แค่เกือบสองอาทิตย์เท่านั้น ไปดูสภาพกัน
จะเห็นได้ชัดว่าหญ้าในส่วนที่อยู้กลางแดดจ้าๆยังคงมีสีเขียวอ่อนๆอยู่ แต่ก็อาจจะคลุมไปด้วยสีน้ำตาลอ่อนๆบ้างแต่โดยรวมๆแล้วถือว่าถ้ามีสีเขียวอยู่ก็ได้ลุ้นรอดแล้ว ซึ่งผมคิดว่าน่าจะรอดจริงๆลองดูกันครับ
ที่เห็นแห้งตายหมดก็คือชาดัดที่ปลูกมากว่าสามเดือนกำลังหนา กำลังสูงเลย ว่าจะทำเป็นรั้วชาดัดครับเลยต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อีกเซ็งเรื่องนี้มากกว่าสนามหญ้าตายอีกครับ อยากเห็นภาพถสวยๆที่ต้องใช้เวลา แต่ว่าน้ำมาซะก่อน ถ้าหากว่าสูงกว่านี้สัก 5 เซนผมกว่าก็มีสิทธิรอดอยู่เหมือนกันแต่บังเอิญมันไม่เป็นแบบนั้นครับ
โดยรวมสนามหญ้าทั้งหมดน่าจะรอดไม่ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ครับเพราะว่าหญ้าข้างบ้านเป็นส่วนที่โดนแดดน้อยอยู่แล้ว แล้วน้ำมาท่วมส่วนนี้ก็คงตายทั้งหมดแน่นอน ยังไงก็ต้องรอให้น้ำแห้งทั้งหมดแล้วให้ผึ่ีงแดดสักพักครับน่าจะเห็นได้ชัดกว่านี้ว่ายังรอดเหลืออีกเท่าไหร่
ทุกๆปีหญ้าในสนามหน้าบ้านจะถูกท่วมนานเป็นเดือนแต่ว่าที่นี่บ้านใหม่ที่คิดว่าน้ำไม่ท่วมแต่นย้ำก็ท่วมเพราะปีนี้หนักจริงๆ แต่ก็ท่วมทีหลังเขาก็ยังดี ถ่วงเวลาเอาไว้ให้สนามหญ้าได้เยอะเลย ก็เลยจมน้ำอยู่แค่เกือบสองอาทิตย์เท่านั้น ไปดูสภาพกัน
จะเห็นได้ชัดว่าหญ้าในส่วนที่อยู้กลางแดดจ้าๆยังคงมีสีเขียวอ่อนๆอยู่ แต่ก็อาจจะคลุมไปด้วยสีน้ำตาลอ่อนๆบ้างแต่โดยรวมๆแล้วถือว่าถ้ามีสีเขียวอยู่ก็ได้ลุ้นรอดแล้ว ซึ่งผมคิดว่าน่าจะรอดจริงๆลองดูกันครับ
ที่เห็นแห้งตายหมดก็คือชาดัดที่ปลูกมากว่าสามเดือนกำลังหนา กำลังสูงเลย ว่าจะทำเป็นรั้วชาดัดครับเลยต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อีกเซ็งเรื่องนี้มากกว่าสนามหญ้าตายอีกครับ อยากเห็นภาพถสวยๆที่ต้องใช้เวลา แต่ว่าน้ำมาซะก่อน ถ้าหากว่าสูงกว่านี้สัก 5 เซนผมกว่าก็มีสิทธิรอดอยู่เหมือนกันแต่บังเอิญมันไม่เป็นแบบนั้นครับ
โดยรวมสนามหญ้าทั้งหมดน่าจะรอดไม่ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ครับเพราะว่าหญ้าข้างบ้านเป็นส่วนที่โดนแดดน้อยอยู่แล้ว แล้วน้ำมาท่วมส่วนนี้ก็คงตายทั้งหมดแน่นอน ยังไงก็ต้องรอให้น้ำแห้งทั้งหมดแล้วให้ผึ่ีงแดดสักพักครับน่าจะเห็นได้ชัดกว่านี้ว่ายังรอดเหลืออีกเท่าไหร่
วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554
นี่แหละน้ำท่วมปีนี้
เดินลุยน้ำออกมาที่ถนนหน้าบ้านบ้างครับมาลองดูว่ามันลึกแค่ไหน ก็เลยเข่านิดๆได้ครับ ถือว่ารับได้นะความลึกเท่านี้ยังพอที่จะลุยน้ำออกไปทำธุระอะไรถ้าหากว่าจำเป็นได้ แต่ไม่ท่วมเลยมันก็จะดีที่สุด และหวังว่าคงจะไม่มีแล้วมั้งภาพแบบนี้
แน่นอนว่าไม่มีใครชอบน้ำท่วมบ้าน ผมคนนึงที่ชีวิตนี้เจอน้ำท่วมมาตั้งแต่เป็นเด็กเพราะว่าบ้านผมอยู่ริมคลอง แม่น้ำน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมถึงพื้นบ้านทุกปีตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงธันวากว่าใต้ถุนจะแห้งก็เข้ามกราคมของอีกปีเลย ด้วยเหตุนี้ผมก็เลยอยากย้ายที่อยู่เพราะว่าผมอยากปลูกต้นไม้ ผมชอบต้นไม้ ชอบสนามหญ้า
ที่นี่ทำเลนี้น้ำไม่เคยท่วมมาก่อนครับจากการศึกษาภูมิศาสตร์มาเป็นอย่างดี ทำให้ผมมั่นใจและเลือกที่จะอยู่ที่นี่ และหวังว่าจะเป็นปีแรกในชีวิตที่ไม่ต้องเจอไม่ต้องใช้ชีวิตน้ำท่วม เหตุการณ์และสถานการณ์มันก็กำลังจะเป็นไปเหมือนที่ใจผมคิดครับ เมื่อบ้านเก่าของผมน้ำท่วมสูงและสูงกว่าทุกๆปี จนเริ่มทรงตัวและลดลงบ้างในบางวัน
แต่แล้วจู่ๆก็มีน้ำหลงทางหลงทุ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ครับผ่านหลงมาทางบ้านผมกวาดเอานิคมสหรัตนคร นิคมโรจนะจมน้ำ ตอนที่โรจนะจมน้ำบ้านผมก็ยังไม่มีอะไร ไม่มีทีท่าว่าน้ำจะท่วมแต่สุดท้ายน้ำก็ไม่เว้นหมู่บ้านผมไว้ครับ
วันแรกที่หมู่บ้านกั้นน้ำไม่อยู่น้ำท่วมสูงวันเดียว 20 เซนติเมตรก็รับได้ครับเพราะว่ามันเร็วเพราะว่าหมู่บ้านกั้นเอาไว้ แต่มันก็สูงขึ้น สูงขึ้นไม่หยุดจนมาจ่อปากประตูบ้าน แค่ท่วมสนามหญ้า ท่วมต้นไม้ก็เจ็บจี๊ดแล้ว สุดท้ายก็เข้าบ้าน จี๊ดเข้าไปใหญ่ แล้วกำลังจะท่วมรถอีก ผมแทบจะอดไม่ไหว
ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ารถเป็นอะไรหรือปล่าวว่าจะปล่อยให้แห้งสักพักนึงก่อน หวังเอาไว้ว่าปีหน้าและปีไหนๆคงไม่มีอีกแล้วนะแบบนี้...
แน่นอนว่าไม่มีใครชอบน้ำท่วมบ้าน ผมคนนึงที่ชีวิตนี้เจอน้ำท่วมมาตั้งแต่เป็นเด็กเพราะว่าบ้านผมอยู่ริมคลอง แม่น้ำน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมถึงพื้นบ้านทุกปีตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงธันวากว่าใต้ถุนจะแห้งก็เข้ามกราคมของอีกปีเลย ด้วยเหตุนี้ผมก็เลยอยากย้ายที่อยู่เพราะว่าผมอยากปลูกต้นไม้ ผมชอบต้นไม้ ชอบสนามหญ้า
ที่นี่ทำเลนี้น้ำไม่เคยท่วมมาก่อนครับจากการศึกษาภูมิศาสตร์มาเป็นอย่างดี ทำให้ผมมั่นใจและเลือกที่จะอยู่ที่นี่ และหวังว่าจะเป็นปีแรกในชีวิตที่ไม่ต้องเจอไม่ต้องใช้ชีวิตน้ำท่วม เหตุการณ์และสถานการณ์มันก็กำลังจะเป็นไปเหมือนที่ใจผมคิดครับ เมื่อบ้านเก่าของผมน้ำท่วมสูงและสูงกว่าทุกๆปี จนเริ่มทรงตัวและลดลงบ้างในบางวัน
แต่แล้วจู่ๆก็มีน้ำหลงทางหลงทุ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ครับผ่านหลงมาทางบ้านผมกวาดเอานิคมสหรัตนคร นิคมโรจนะจมน้ำ ตอนที่โรจนะจมน้ำบ้านผมก็ยังไม่มีอะไร ไม่มีทีท่าว่าน้ำจะท่วมแต่สุดท้ายน้ำก็ไม่เว้นหมู่บ้านผมไว้ครับ
วันแรกที่หมู่บ้านกั้นน้ำไม่อยู่น้ำท่วมสูงวันเดียว 20 เซนติเมตรก็รับได้ครับเพราะว่ามันเร็วเพราะว่าหมู่บ้านกั้นเอาไว้ แต่มันก็สูงขึ้น สูงขึ้นไม่หยุดจนมาจ่อปากประตูบ้าน แค่ท่วมสนามหญ้า ท่วมต้นไม้ก็เจ็บจี๊ดแล้ว สุดท้ายก็เข้าบ้าน จี๊ดเข้าไปใหญ่ แล้วกำลังจะท่วมรถอีก ผมแทบจะอดไม่ไหว
ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ารถเป็นอะไรหรือปล่าวว่าจะปล่อยให้แห้งสักพักนึงก่อน หวังเอาไว้ว่าปีหน้าและปีไหนๆคงไม่มีอีกแล้วนะแบบนี้...
วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ชั้นล่างแห้งแล้ว
วันนี้ดีใจครับได้ล้างพื้นบ้านชั้นสักทีหลังจากที่จมมาสองอาทิตย์ได้สภาพความเสียหายตอนนี้เท่าที่เห็นก็จะมีสนิมขึ้นที่เหล็กดัด ชุดครัวพองนิดหน่อย ผนังที่เป็นสีขาวเป็นคราบน้ำ ส่วนเรื่องอื่นๆน่าจะมีอีกต้องรอดูตอนแห้งสนิทอีกทีนึงครับ
ที่ต้องแก้ก็คงจะมีเหล็กดัดเป็นอย่างแรกนี่แหละครับเพราะว่าสนิมแดงเลย เวลาไปโดนก็แดงติดมือครับ กลัวว่าม่านขาวเวลาปลิวลมไปโดนจะหมดกันครับ คงไม่อยากจะถอดมาซักแน่นอน แต่ว่าการซ่อมก็น่าจะยากพอดูเลยเพราะว่ามันติดพื้น เวลาขัดเวลาทาสีก็จะยากมากๆ เหนื่อยแน่ๆครับงานนี้
โชคยังดีนิดนึงครับตรงที่น้ำท่วมสูงขึ้นมาแค่บัวพื้นเท่านั้น เลยไม่เกิดคราบน้ำที่ผนัง แต่ต้องบอกว่าเกือบจะเลยบัวพื้นขึ้นไปเหมือนกันนะครับ แต่น้ำก็ขึ้นไปหยุดแค่นั้นแล้วก็ลงครับ สะใจนิดนึงตรงนี้
จะเห็นว่ามีโต๊ะทำงาน มีตู้เก็บของ มีโซฟา มีชั้นวางทีวีที่ผมใช้อิฐประสานหนุนเอาไว้ เพราะว่ายกไม่ไหวแล้วบางอย่างยกไหวแต่มันลำบากตอนเลี้ยวขึ้นบันไดครับ แล้วก็คิดว่าท่วมไม่นานเดี๋ยวยกลงอีกเหนื่อยอีกครับ เลยเทินหนุนไว้แบบนี้จะดีกว่า อาจจะล้างยากหลายรอบหน่อยแต่ก็คิดว่า วิธีนี้โอเคที่สุดแล้วครับสำหรับผม ไม่รู้ว่าบ้านเพื่่อนๆคนไหนเป็นอย่างไรบ้างแต่ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีแล้วน้ำลงไวๆนะครับ เอาใจช่วยทุกๆคนครับ
ที่ต้องแก้ก็คงจะมีเหล็กดัดเป็นอย่างแรกนี่แหละครับเพราะว่าสนิมแดงเลย เวลาไปโดนก็แดงติดมือครับ กลัวว่าม่านขาวเวลาปลิวลมไปโดนจะหมดกันครับ คงไม่อยากจะถอดมาซักแน่นอน แต่ว่าการซ่อมก็น่าจะยากพอดูเลยเพราะว่ามันติดพื้น เวลาขัดเวลาทาสีก็จะยากมากๆ เหนื่อยแน่ๆครับงานนี้
โชคยังดีนิดนึงครับตรงที่น้ำท่วมสูงขึ้นมาแค่บัวพื้นเท่านั้น เลยไม่เกิดคราบน้ำที่ผนัง แต่ต้องบอกว่าเกือบจะเลยบัวพื้นขึ้นไปเหมือนกันนะครับ แต่น้ำก็ขึ้นไปหยุดแค่นั้นแล้วก็ลงครับ สะใจนิดนึงตรงนี้
จะเห็นว่ามีโต๊ะทำงาน มีตู้เก็บของ มีโซฟา มีชั้นวางทีวีที่ผมใช้อิฐประสานหนุนเอาไว้ เพราะว่ายกไม่ไหวแล้วบางอย่างยกไหวแต่มันลำบากตอนเลี้ยวขึ้นบันไดครับ แล้วก็คิดว่าท่วมไม่นานเดี๋ยวยกลงอีกเหนื่อยอีกครับ เลยเทินหนุนไว้แบบนี้จะดีกว่า อาจจะล้างยากหลายรอบหน่อยแต่ก็คิดว่า วิธีนี้โอเคที่สุดแล้วครับสำหรับผม ไม่รู้ว่าบ้านเพื่่อนๆคนไหนเป็นอย่างไรบ้างแต่ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีแล้วน้ำลงไวๆนะครับ เอาใจช่วยทุกๆคนครับ
วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554
เกือบไปแล้ว
ช่วงนี้น้ำลงแล้วครับ รถผมกับรถเพื่อนเกือบไม่รอดครับระฆังช่วยไว้พอดิบพอดีเลย ดูสภาพจากรูปเลยครับว่าจวนเจียนแค่ไหน
รถเพื่อนผมหน้าทิ่มลงน้ำห้องเครื่องเลยต่ำ น้ำมาจ่อเครื่องแล้ว ส่วนรถผมน้ำเข้าไปในท่อแล้วแต่ว่าน่าจะยังไม่ท่วมห้องเครื่องเพราะว่าหน้ารถผมเอากระสอบทรายหนุนล้อให้หน้ายกไว้ คือว่าก็คงไม่เป็นอะไร เรียกว่าพอน้ำแห้งสิ่งที่ต้องลุ้นคือว่ารถผมจะเสียหรือไม่แต่ถ้าคิดเอาเองตามความเป็นจริงแล้วคิดว่าไม่เสียแน่นอน
อาจจะลุ้นกันเหนื่อยหน่อยแต่ก็น่าจะรอดแล้วกับน้ำท่วมปีนี้ ปีที่หนักสุดๆสำหรับประเทศไทยและทุกคนที่เจอน้ำท่วมไม่รู้ว่าปีหน้าจะมาแบบนี้อีกหรือปล่าว ไม่อยากจะเจอแบบนี้อีกแล้วอะ กลัวรถพัง ต้นไม้ตาย ราคาอาจจะไม่ได้แพงอะไรสำหรับต้นไม้แต่มันเสียเวลาไง ต้นไม้ต้องใช้เวลากว่าจะโตกว่าจะเป็นพุ่มสวย ไม่ได้ซื้อมาแล้วสวยได้เลยซะเมื่อไหร่
หวังว่าจะไม่เจอน้ำท่วมแบบนี้อีกนะหวังว่าอย่างนั้น เอาไว้ลุยสวนกันใหม่หลังน้ำลงละกันครับ
รถเพื่อนผมหน้าทิ่มลงน้ำห้องเครื่องเลยต่ำ น้ำมาจ่อเครื่องแล้ว ส่วนรถผมน้ำเข้าไปในท่อแล้วแต่ว่าน่าจะยังไม่ท่วมห้องเครื่องเพราะว่าหน้ารถผมเอากระสอบทรายหนุนล้อให้หน้ายกไว้ คือว่าก็คงไม่เป็นอะไร เรียกว่าพอน้ำแห้งสิ่งที่ต้องลุ้นคือว่ารถผมจะเสียหรือไม่แต่ถ้าคิดเอาเองตามความเป็นจริงแล้วคิดว่าไม่เสียแน่นอน
อาจจะลุ้นกันเหนื่อยหน่อยแต่ก็น่าจะรอดแล้วกับน้ำท่วมปีนี้ ปีที่หนักสุดๆสำหรับประเทศไทยและทุกคนที่เจอน้ำท่วมไม่รู้ว่าปีหน้าจะมาแบบนี้อีกหรือปล่าว ไม่อยากจะเจอแบบนี้อีกแล้วอะ กลัวรถพัง ต้นไม้ตาย ราคาอาจจะไม่ได้แพงอะไรสำหรับต้นไม้แต่มันเสียเวลาไง ต้นไม้ต้องใช้เวลากว่าจะโตกว่าจะเป็นพุ่มสวย ไม่ได้ซื้อมาแล้วสวยได้เลยซะเมื่อไหร่
หวังว่าจะไม่เจอน้ำท่วมแบบนี้อีกนะหวังว่าอย่างนั้น เอาไว้ลุยสวนกันใหม่หลังน้ำลงละกันครับ
วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ผลงานตู้อบ เมล็ดต้นดาวเรือง
ยังไม่ได้ปลูกต้นดอกไม้อะไรเลยครับผม เน้นไปที่ต้นไม้ที่เป็นแบ็คกราวน์ก่อนทั้งหมด วันนี้เลยเริ่มปลูกดอกไม้กันบ้างครับ เพาะจากเมล็ดเอาต้นไม้ง่ายๆก่อนคือดาวเรืองครับ จากรูปเป็นผลงาน 3 วันในการเข้าตู้อบครับ
ดูภายนอกจะเห็นมีไอน้ำเกาะภายในแสดงว่ามีความชื้น เก็บความชื้นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ
พอเปิดออกมาก็เป็นแบบนี้ครับ คงต้องรออีกสักหน่อยก่อนจะย้ายลงกระถางต่อครับ กลัวว่าย้ายออกไปตอนนี้จะไม่รอดครับ
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเลือกดอกไม้อะไรสวยๆที่มีต้นขนาดกลางดี แต่รู้สึกว่าอยากได้ต้นที่ดอกนั้นมีน้ำหวานด้วย นึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากต้นเข็ม เดี๋ยวต้องไปหาข้อมูลเพิ่มก่อนแล้ว ต่อไปนี้เราจะได้เห็นสีสันของดอกไม้กันบ้างแล้วละครับ
ดูภายนอกจะเห็นมีไอน้ำเกาะภายในแสดงว่ามีความชื้น เก็บความชื้นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ
พอเปิดออกมาก็เป็นแบบนี้ครับ คงต้องรออีกสักหน่อยก่อนจะย้ายลงกระถางต่อครับ กลัวว่าย้ายออกไปตอนนี้จะไม่รอดครับ
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเลือกดอกไม้อะไรสวยๆที่มีต้นขนาดกลางดี แต่รู้สึกว่าอยากได้ต้นที่ดอกนั้นมีน้ำหวานด้วย นึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากต้นเข็ม เดี๋ยวต้องไปหาข้อมูลเพิ่มก่อนแล้ว ต่อไปนี้เราจะได้เห็นสีสันของดอกไม้กันบ้างแล้วละครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






