rss
Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มาดูน้ำในบ้านกันบ้าง

มันน่าตกใจไม่หายครับเมื่อน้ำท่วมบ้านที่ผมเพิ่งจะซื้อเพิ่งจะย้ายมาอยู่ไม่ถึงปีและก็เป็นปีแรกที่หนีน้ำท่วมมาจากบ้านเก่า และก็ประเดิมการหนีน้ำท่วมแบบนี้เลยครับ


สุดยอดครับ ผมหมดปัญญาจะหนีแล้วครับไม่มีเงินแล้ว ผมทำเต็มที่แล้วครับ จะเห็นว่ารูปแรกเป็นโต๊ะทำงานผมผมดสภาพ ชั้นวางทีวี และทุกอย่างอยู่กับก้อนอิฐ ส่วนโซฟาก็ซ้อนอยู่บนชั้นวางทีวีอีกที ไม่รู้ว่าบัวพื้นจะพังหรือปล่าวเรื่องใหญ่เหมือนกัน


ประตูห้องเก็บของผมถอดเก็บไว้เพราะกลัวว่าจะโดนน้ำแล้วพังครับ สภาพบันไดตอนนี้กลายเป็นท่าน้ำไปแล้ว ช่างจี๊ดใจสุดๆ ลงซะทีเหอะบัวจะพองน้ำพังหมดแล้ว


สภาพหน้าบ้านครับหายซ่า หมดสภาพ พ่ายแพ้หมดรูป ดีที่ต้นไม้ผมลงไว้รากน่าจะลงลึกแล้วนะครับเลยยังทนได้อยู่ แต่ชาดัดเริ่มจมน้ำเยอะแล้วถ้าตายก็เสียดายมากๆครับเพราะว่าใช้เวลาเ็ป็นเืดือนกว่าจะสูงได้เท่านี้ ตอนนี้ผ่านมา 1 อาทิตย์ได้แล้วครับ น่าเป็นห่วงชาดัดที่สุดตอนนี้

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สวนในน้ำ

ตอนนี้น้ำท่วมไปทั่วทุกหัวระแหงเลยครับมองไปทางไหนก็เป็นทะเลสาบ เวลาลมแรงๆนี่เย็นเหมือนทะเลได้บรรยากาศไปอีกแบบเหมือนกัน


เรื่องต้นไม้ เรื่องสวนของผมตอนนี้ก็เลยต้องหยุดไปโดยปริยาย แต่ตอนที่ผมขนต้นไม้หนีน้ำก็รู้สึกเหมือนกันว่าเหมือนกับกำลังจัดสวนในน้ำเลย เพราะว่าผมอาศัยอิฐประสานรองหนุนกระถางต้นไม้เอาไว้ให้สูงพ้นน้ำ แต่ว่าหนุนไปก็ต้องหนุนเพิ่มอีก เพราะว่าน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ จนหนุนไม่ไหว ก้นกระถางแช่น้ำไปแล้ว

น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆในการปลูกต้นไม้แต่ตอนนี้ไม่อยากเห็นน้ำเลย ต้นไม้ของผมที่อยู่ในความเสี่ยงก็จะมีไทรเกาหลีที่จมน้ำอยู่ไม่ได้เอาออกจากดินเพราะว่าเอาออกแล้วก็คงไม่รู้จะเอาหนีน้ำไปไว้ไหน เพราะว่าเยอะมาก


แล้วไทรเกาหลีถ้าออกอาการจะรู้เลยเพราะว่าใบจะเหลือง ไทรเกาหลีไม่ชอบน้ำมากแต่ว่าตอนนี้จมน้ำแช่น้ำมาเกือบอาทิตย์แล้ว ของผมยังไม่ออกอาการเท่าไหร่แต่ก็มีเริ่มใบเหลืองแล้วนิดหน่อย ตอนนี้น้ำเริ่มลดลงวันละครึ่งเซน ไม่รู้ว่าไทรเกาหลีจะรอดหรือเปล่า ส่วนโมกคงไม่มีปัญหา

ก็คงต้องรอดูรอลุ้นกันต่อไปครับสวนในน้ำของผม

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สุดท้ายก็หนีไม่รอด

ลุ้นกันจนตัวโก่งครับกับน้ำท่วมปีนี้ สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดและไม่คิดว่ามันจะเกิดก็เกิดจนได้ครับ เืมื่อการหนีน้ำของผมครั้งนี้ โดนตอกย้ำอย่างไม่มีเยื่อใยครับ


ไม่อยากจะบอกและไม่อาจที่จะอธิบายได้ครับว่าเจ็บปวดใจแค่ไหน เพราะว่าผมเพิ่งจะซื้อบ้านใหม่ อยู่มาได้ประมาณสี่เดือนกำลังเริ่มจัดสวน กำลังเขียวสวย ปรากฏว่าน้ำท่วมซะอย่างงั้น ใครที่ติดตามเรื่องราวสวนของผมก็คงจะรู้นะครับว่าผมหนีน้ำมาจากบ้านเก่าเพราะว่าน้ำท่วมทุกปีปลูกต้นไม้ไม่ทันจะโตก็ตาย

จนผมซื้อบ้านใหม่มาอยู่ที่ที่ไม่เคยท่วมมาก่อนแต่ปีนี้เหมือนกับว่าน้ำยังตามมาหลอกหลอนผม ไม่ยอมให้ผมปลูกต้นไม้ ไม่ยอมให้ผมรอด แล้วแบบนี้ผมจะหนีไปไหนได้อีกละครับในเมื่อผมไม่มีตังจะซื้อบ้านใหม่แล้ว หรือว่าผมจะไม่มีโอกาสได้ปลูกต้นไม้อย่างสงบๆเหมือนอย่างใครๆเขา

คงต้องรอลุ้นกันครับว่าปีหน้าและปีต่อๆไปน้ำจะท่วมซ้ำเติมกันแบบนี้อีกหรือไม่ อย่างไร ผมตอนนี้เรียกว่าหมดอะไรตายอยากแล้วครับ ไม่อยากจะทำอะไรแล้ว คงต้องทำใจให้ยอมรับได้อีกสักพักนึง

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

จะหนีน้ำรอดหรือไม่

ตอนนี้น้ำท่วมอยุธยาแทบจะทุกตารางนิ้วแล้ว ไม่น่าเชื่อนะว่าปีนี้ผมซื้อบ้านใหม่มาอยู่ในที่ๆน้ำไม่น่าจะท่วมไม่น่าจะมาใกล้แต่ว่าวันนี้ มันตามมาราวีผมถึงที่อีกครั้ง

เดิมทีผมอยู่บ้านที่อำเภอเสนา น้ำท่วมสูงทุกปีไม่ต้องพูดถึง และท่วมอยู่นานครึ่งปีตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงปลายธันวาหรือต้นมกราของทุกๆปี โดยที่ไม่มีใครรู้ แน่นอนคนที่ชอบปลูกต้นไม้ชอบอยู่กับต้นไม้จะทนอยู่ได้ยังไงก็เลยซื้อบ้านใหม่หนีน้ำมาเลย

วันนี้น้ำยังไม่ท่วมบ้านผมที่ซื้อใหม่แต่ค่อยๆคืบคลานมากดดันผมเรื่อยๆ จนตอนนี้หมู่บ้านที่ผมอยู่คนหนีไปอยู่ที่อื่นกันเกือบหมดแล้ว อยากจะบอกว่าเหมือนกับน้ำอยากจะตามผมมาท่วมต้นไม้ที่ผมปลูกสนามหญ้าที่ผมดูแล

ผมกับน้ำคงเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ชาติก่อนละมั้งสงสัย ยังไงตอนนี้ผมก็ยังลุ้นอยู่ว่าหมู่บ้านที่ผมอยู่ตอนนี้เหมือนเกาะนี้จะรอดน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ได้หรือไม่

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สปริงเกอร์แบบป๊อปอัพ ดูกันอย่างละเอียด

ต่อจากบทความที่แล้วนะครับที่ผมซื้อมาด้วยอีกอย่างก็คือสปริงเกอร์แบบป๊อปอัพตัวนี้ครับ ราคา 189 บาท มาดูอย่างละเอียดก่อนครับ ก่อนที่ผมจะบอกว่าดีหรือไม่ดีั

รูปด้านบนครับ


รูปด้านข้าง

รูปด้านล่างของปริงเกอร์เป็นเกลียวในขนาด 1/2 หรือ 2 หุน

คราวนี้ผมจะถอดฝาด้านบนออกนะครับผม เราจะดูส่วนประกอบข้างในกัน

ค่อนข้างเข้าใจง่ายนะครับคือมีสปริงไว้เวลาดีดหัวสปริงเกอร์กลับลงมาเมื่อไม่มีแรงดันน้ำ

อีกส่วนนึงไม่มีอะไรครับ

ความแข็งของสปริงก็ไม่มากครับถือว่ากำลังดีเลย ไม่อ่อนหรือว่าแข็งเกินไป

ลักษณะส่วนบนที่จะป๊อปอัพขึ้นเวลาจ่ายน้ำครับ

จากการทดลองจ่ายน้ำให้กับสปริงเกอร์ป๊อปอัพรุ่นนี้ Nelson 17 Man 25-360 ผมรู้สึกว่าไม่ดีครับเพราะว่าน้ำจะกระจายออกด้านข้างตรงบริเวณที่ใกล้ๆกับหัวสปริงเกอร์จะไม่ค่อยได้น้ำครับ เพราะว่าน้ำถูกฉีดไปไกลจากตัวสปริงเกอร์ ผมคิดว่าถ้าใช้กับสนามหญ้าผมคงต้องซื้อตัวใหม่แน่ๆครับตัวนี้คงไม่เวิร์ค ลองไปดูครับว่ามันฉีดน้ำแบบไหน



ตอนนี้คงต้องไปศึกษาเรื่องสปริงเกอร์ใหม่แล้วครับ

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หัวมินิสเปรย์

สวัสดีครับวันนี้เรามาดูกันต่อ อย่างที่บอกไปนะครับว่าผมซื้อชุดหัวฉีดสเปรย์มา แล้วก็ซื้อหัวฉีดมินิสเปรย์มาด้วย 2 แบบ คือแบบ 90 องศา กับ 180 องศา ราคาก็ไม่แพงครับถุงละ 10 บาท มี10 ตัว ลองไปดูรูปกันครับ


มาดูให้ชัดๆครับตัวนี้เป็น 90 องศาครับ

ต่อมาก็เป็นแบบ 180 องศาครับ

ที่ผมซื้อมาก็เพราะว่าเผื่อเอาไว้ก่อนครับ ตอนนี้ยังไม่แน่นอนว่าผมจะเดินระบบสปริงเกอร์ในสนามอย่างไร จะใช้มินิสเปรย์หรือว่าจะเป็นสปริงเกอร์แบบป๊อปอัพนั้นตอนนี้กำลังทดลองอยู่ครับ

อันนี้เป็นรูปของหัวมินิสเปรย์แบบต่างๆครับก็จะมี 360 องศา 180 องศา 90 องศา ตามลำดับครับแบ้วแต่การติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ

และตอนต่อไปมาดูสปริงเกอร์แบบป๊อบอัพกันครับ

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

มะลิลา กับ กิ้งก่า

เคยคิดถึงต้นไม้อะไรบ้างไหมครับที่สามารถให้ดอกหอมๆ กับเราได้บ้าง ผมว่าผมเองนี่แหละที่นึกไม่ออกว่ามีต้นอะไรบ้าง ดอกไม้อะไรบ้าง นอกจากต้นมะลินี่แหละ


นอกจากจะหอมแล้วยังทำให้สดชื่นได้ดีด้วย เรียกว่าเวลาเหนื่อยๆมาถ้าได้กลิ่นของดอกมะลิก็จะช่วยให้ผ่อนคลายได้มากเลยครับและไม่รู้ว่าเกี่ยวกันหรือปล่าวเพราะว่าพอปลูกต้นมะลิในบ้านก็เจอเจ้าตัวนี้ครับ


เรียกว่ามาทำให้ระบบนิเวศน์ของบ้านดูดีขึ้นมาทันทีเลยครับ ไม่รู้ว่ามันรู้สึกว่าบ้านนี้ดูรกๆหรือปล่าวเลยย้ายเข้ามาอยู่ ต้นมะลิต้นนี้เป็นมะลิลาที่ร้อยพวงมาลัยครับคขายบอกว่าอย่างนั้นนะครับเป็นต้นที่เจ้าของร้านแถมให้มาครับ ไม่ได้ซื้อนะ


อยากเห็นดอกมันเร็วๆเหมือนกันครับคงต้องรออีกสักพัก ถึงตอนนั้นคงหอม สวย สดชื่นน่าดูไว้มีดอกแล้วจะมาอัพเดทให้ดูกันครับ